5 ขั้นตอนเพื่อหน้าสะอาดใส รับรองเปลี่ยน

ขั้นตอนแรกสุดเพื่อผิวสวยก็คือการทำความสะอาด เพราะลองถ้าใช้ครีมดีขนาดไหนแต่ล้างหน้าไม่สะอาดก็เตรียมตัวบอกลาผิวหน้าใสๆ ไปได้เลย ยิ่งปัจจุบันทั้งฝุ่นควันมลพิษ ไหนจะเมคอัพและความเครียดอีกมากมาย แถมสาวๆ สมัยนี้ก็มีอยู่ไม่น้อยที่นั่งหน้าคร่ำเครียดทำงานจนดึกดื่นหรือไม่ก็ออกไประเริงราตรีเสพย์แอลกอฮอล์กันได้ยันเช้า กลับมาบ้านเห็นเตียงแต่ไกลใครละมีจะแก่ใจมานั่งล้างหน้าให้สะอาดใสได้ทุกวี่ทุกวัน

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จงจำไว้เสมอว่าความสะอาดนั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง แม้จะเหนื่อยหนักหนาสาหัสมาขนาดไหน การล้างเครื่องสำอางถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่มีข้อยกเว้น! ดังนั้น สาวๆ ทั้งหลายจ๋ารีบอ่าน Beauty Feature สัปดาห์นี้ให้ไวและเมมไว้ในคลื่นสมองชั้นในสุดเป็นการด่วน สร้างวินัยให้กับตัวเองจะได้มีหน้าใสๆ ไว้ชื่นชมไปนานๆ

ขั้นตอนที่ 1 : Eye & Lip Makeup Remover
ขั้นตอนนี้หลายๆ คนมักจะทำมึนๆ ล้างไปพร้อมกับขั้นตอนที่ 2 ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรนักหรอกแต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่ารอบดวงตาและริมฝีปากเป็นบริเวณที่บอบบาง การใช้รีมูฟเวอร์ที่ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดบริเวณนี้เป็นพิเศษจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในระยะยาว แน่นอนว่าแอลกอฮอล์และน้ำหอมเป็นของต้องห้าม ดังนั้นเวลาเลือกซื้อกรุณาดูส่วนผสมให้ดีว่ามีสารอันตรายบ้างหรือไม่ แนะนำว่า Oil-Based จะช่วยให้มาสคาร่ากันน้ำแบบติดทนนานทั้งหลายสามารถหลุดลอกออกมาได้อย่างง่ายดาย เพียงหยดรีมูฟเวอร์ใส่สำลีให้ชุ่มพอประมาณแล้วโปะลงไปที่ริมฝีปากและดวงตาอย่างเบามือ (ห้ามลืมตาเด็ดขาดนะจ้ะไม่งั้นมีระคายเคืองแน่ๆ) รอสักประมาณ 30 วินาทีแล้วค่อยๆ ลูบสำลีลงจากเปลือกตามาถึงขนตา ส่วนตามซอกมุม พับสำลีทบเป็นสี่เหลี่ยม แล้วใช้มุมแหลมของสำลีแผ่นดังกล่าวค่อยๆ เซาะเบาๆ บริเวณที่ชิดขอบตา หากมีเมคอัพเหลือค้างอยู่ก็ใช้คอตต้อนบัดชุบรีมูฟเวอร์แล้วค่อยๆ เช็ดออกจนหมดเกลี้ยง

ขั้นตอนที่ 2 : Makeup Remover
สาวๆ หลายคนอาจเถียงคอเป็นเอ็นว่าถ้าไม่แต่งหน้าก็ข้ามสเต็ปนี้ไปได้เลย ขอบอกว่าผิดค่ะ ไม่ว่าจะใช้เมคอัพหรือไม่ ถ้าเพียงทาครีมตอนเช้า ทาครีมกันแดด หรือเมคอัพเบสก็ต้องใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์แล้ว บางคนอาจจะชอบใช้แบบครีม และบางคนก็อาจจะชอบคลีนซิ่งออยล์มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นของอย่างนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบอย่างเดียว ต้องดูที่สภาพผิวด้วย ผิวแห้งและแพ้ง่ายแนะนำว่าแบบครีม มิลค์ และโลชั่นจะเหมาะที่สุด เพราะเนื้อคลีนเซอร์จะทิ้งความมันและความชุ่มชื่นไว้บนชั้นผิวมากกว่ารีมูฟเวอร์แบบอื่น วิธีใช้ที่ถูกต้องก็คือการแต้มครีม 5 จุดบนใบหน้า แล้วนวดวนๆ ให้ทั่วก่อนจะใช้สำลีเช็ดออกเบาๆ จนไม่เหลือคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก ส่วนแบบออยล์ที่สาวหน้ามันหลายๆ คนชอบคิดว่าจะทำให้หน้ามันยิ่งขึ้นนั้นถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง เพราะออยล์ที่ดีและมีคุณภาพจริงๆ นั้นจะช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นขึ้นได้ ผิวมันที่มักมีรูขุมขนกว้าง มีน้ำมันและสิ่งสกปรกอุดตันจะต้องใช้สารที่มีภาวะเป็นน้ำมันซึ่งมีความหนืดเล็กน้อยเพื่อดึงสิ่งที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกมา วิธีใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็คือต้องใช้ตอนที่มือแห้งสนิท กดออยล์สัก 2-3 ปั๊ม แล้วนวดวนเบาๆ ให้ทั่วทั้งหน้านานประมาณ 1 นาที พรมน้ำลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ออยล์แปรสภาพเป็นน้ำนมแล้วนวดต่ออีกสัก 15-20 วินาที จากนั้นจึงใช้น้ำสะอาดล้างออกให้หมดจด

ขั้นตอนที่ 3 : Facial Cleanser
เข้าสู่ขั้นตอนที่คุ้นเคย นั่นก็คือการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แบบปกติที่ปฏิบัติกันจนเป็นกิจวัตรทั้งเช้าค่ำ ใบหน้าควรจะมีความชื้นอยู่นิดๆ ก่อนลงคลีนเซอร์ ซึ่งการเลือกคลีนเซอร์ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวอีกเช่นกัน ผิวแห้งควรใช้แบบเนื้อโฟมที่มีมอยซ์เจอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นนุ่มนวลให้กับผิวหน้า ส่วนผิวมันและผิวผสมเลือกใช้คลีนเซอร์เนื้อเจลจะเหมาะที่สุด เพราะเนื้อเจลจะช่วยให้ผิวสดชื่นขณะทำความสะอาดผิวหน้าโดยไม่ทำให้ผิวมัน เทคนิคอีกอย่างที่สาวๆ ทุกสภาพผิวสามารถนำไปใช้ได้ก็คือการบีบคลีนเซอร์ในปริมาณพอๆ กับที่เราบีบยาสีฟันแล้วผสมน้ำสะอาดเยอะๆ จะช่วยให้ได้ฟองครีมที่นุ่มกำลังดี ทำให้ผิวหน้าไม่เกิดการเสียดสีมากเวลาล้าง ผิวจะได้ไม่เหี่ยว

ขั้นตอนที่ 4 : Scrub & Mask
สืบเนื่องมาจากขั้นตอนที่ 3 การสครับและมาส์กหน้าคือการทำความสะอาดและบำรุงอย่างล้ำลึก ควรมาส์กเป็นประจำสัปดาห์ 1 ครั้ง หรือถ้ายังสาวยังแส้ ทุกสองสัปดาห์ก็พอไหว ส่วนสครับ ควรทำทุกสองสัปดาห์ ไม่ควรมากไปกว่านี้ ดังนั้น บรรดาโฟมล้างหน้าที่มีเม็ดสครับหรือเม็ดบีสด์ผสมอยู่จึงไม่ค่อยเหมาะสำหรับการใช้ล้างหน้าประจำวันสักเท่าไหร่ เพราะผิวที่เพิ่งผลัดเซลล์อาจมีความบอบบางมากเป็นพิเศษ เมื่อถูกขัดบ่อยๆ เข้าก็อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเนื่องจากเซลล์ที่ผิวควรรักษาไว้เพื่อสร้างสมดุลและความแข็งแรงในชั้นผิวจะถูกขจัดออก อีกทั้งยังเป็นการรบกวนกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ตามธรรมชาติมากจนเกินไป ส่วนการมาส์กนั้นไม่ว่าจะซื้อ Mask Sheet แผ่นๆ มาแช่ตู้เย็นก่อนใช้หรือจะผสมมาส์กขึ้นเองอย่างน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือโยเกิร์ตผลไม้ ฯลฯ ก็ควรทำหลังจากสครับผิวเสร็จ สังเกตได้ว่าหลังสครับและมาส์กหน้า ผิวจะดูสว่างใส นุ่มเนียนขึ้นอีกเป็นกอง ถ้าปฏิบัติอย่างต่อเนื่องผิวก็จะแข็งแรงและเนียนละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขั้นตอนที่ 5 : Toner
หลายคนเข้าใจว่าโทนเนอร์เป็นขั้นตอนทำความสะอาดที่อาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่ความจริงคือจุดประสงค์หลักของการใช้โทนเนอร์นั้นมิใช่เพื่อทำความสะอาดผิว แต่เพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปต่างหาก สารบำรุงต่างๆ จะซึมสู่ผิวได้ดีขึ้น ผิวหน้าจะสดและใสขึ้นเมื่อใช้โทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง วิธีการที่เหมาะสำหรับโทนเนอร์จึงไม่จำเป็นต้องใช้คู่กับสำลีเสมอไป ช่วงเช้าอาจหยดโทนเนอร์ลงฝ่ามือสัก 3-4 หยดแล้วตบเบาๆ ให้ทั่วผิวหน้า ส่วนช่วงเย็นที่มีเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกเยอะค่อยหยดใส่สำลีแล้วเช็ดเพื่อเช็คดูความสะอาดของผิวหน้าก็ได้

จะสวยเลือกได้ หรือเลือกจะสวยได้ ก็ด้วยขั้นตอนง่ายๆ แค่นี้เอง