C-P-T ดูแลผิวสวยครบจบได้ใน 3 ขั้นตอน (พร้อมผลลัพธ์ที่คุณต้องทึ่ง!)

cover2_E

เคยถามตัวเองไหมว่าทุกวันนี้เราดูแลผิวไปเพื่ออะไร?
เคยถามตัวเองไหมว่า
เราจำเป็นต้องบำรุงผิวให้ครบใน 10 ขั้นตอนตามทฤษฎีความสวย ทั้งๆที่ไม่มีกฎตายตัวหรือผลลัพธ์การันตี?

นับวันขั้นตอนการดูแลผิวก็ยิ่งมากขึ้นตาม ดูได้จากจำนวนผลิตภัณฑ์บนโต๊ะเครื่องแป้งของแต่ละคน ต้องมีอย่างน้อย 5 ชิ้นขึ้นไป หรือบางคนก็มีวิธีการบำรุงผิวมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ถึงเวลาลบทุกทฤษฎีการบำรุงผิวแบบเดิมๆ ด้วยการบำรุงผิวแบบใหม่ที่ให้คุณไม่ยุ่งยากเยอะสิ่ง แต่ได้ผิวสวยสมบูรณ์แบบ ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในแบบฉบับของ philosophy แบรนด์สกินแคร์ยอดนิยมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เค้าเรียกว่า C-P-T หรือ Cleanse – Peel – Treat กันค่ะ จะประกอบด้วยขั้นตอนและผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ตาม ChicMinistry มาเลยค่ะ


ขั้นตอนที่
1  C : CLEANSE ทำความสะอาดผิวแบบ 3-in-1

image1

การทำความสะอาดผิวนั้นถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดค่ะ เพราะผิวจะสุขภาพดีได้ ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก หมดจด ด้วย purity made simple (ราคา 900 บาท/240 ml.) ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็น 3-in-1 คลีนเซอร์สำหรับทำความสะอาดใบหน้าและบริเวณรอบดวงตาสูตรอ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว มีคุณสมบัติครอบคลุมการดูแลผิว ที่เป็นทั้ง…

  • Make up remover – ทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด
  • Cleanser – ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก
  • Toner – ช่วยปรับสภาพผิวและมอบความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ในเวลาเดียวกัน

สำหรับขั้นตอนการใช้ ก็ไม่ยากเลย เพียงทำตามสเต็ป ดังต่อไปนี้
1.เท purity ลงบนผิว ใช้มือนวดวนให้ทั่วบริเวณเครื่องสำอาง

image2-1

2.ใช้มือแตะน้ำเล็กน้อย คลีนเซอร์จะเปลี่ยนเป็นเนื้อน้ำนม วนให้ทั่วบริเวณอีกครั้ง

image2-2

3.ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะพบว่าผิวสะอาดหมดจด แลดูชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง

หลังการใช้ จะรู้สึกได้เลยว่าผิวสะอาดหมดจด พร้อมให้ความรู้สึกนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงหลังการใช้ ด้วยผลลัพธ์บวกกับคุณสมบัติที่ครบครันในขั้นตอนเดียว ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของแบรนด์เลยแหละค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 2  P : PEEL – ผลัดเซลล์ผิวด้วย the microdelivery resurfacing peel

เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมบางช่วงผิวดูสดใส แต่บางช่วงผิวก็แลดูหมองคล้ำ หรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด นั่นเป็นเพราะผิวของเราถูกทับถมด้วยชั้นเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ philosophy ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการผลัดเซลล์ผิว (peel) อย่างมาก ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรละเลย เพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสแล้ว ยังส่งเสริมให้มอยส์เจอไรเซอร์ซึมเข้าสู่ผิวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นอีกหนึ่ง top-hit ของแบรนด์ช่วยผลัดเซลล์ผิวพร้อมมอบผลลัพธ์ที่แตกต่างหลังการใช้ครั้งแรกในทันที นั่นก็คือ the microdelivery resurfacing peel (ราคาชุดละ 2,900 บาท)

image3

ผลิตภัณฑ์ชุดนี้ ประกอบด้วยวิตามินซีสครับและแอคทิเวทติ้งเจล เมื่อผสมกันจะทำปฏิกิริยากับตัวเม็ดสครับ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและเปลี่ยนผิวให้เปล่งประกายกระจ่างใสภายใน 3 นาที แถมยังช่วยนำส่งสารสำคัญอย่างวิตามินซีและเปปไทด์ให้กับผิว ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำจากแสงแดด รอยด่างดำ ลดเลือนริ้วรอยตื้นและลึก พร้อมฟื้นบำรุงให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้นด้วย และความพิเศษของผลิตภัณฑ์ชุดนี้สามารถช่วยขจัดสิวเสี้ยนบริเวณจมูกและคางได้ ด้วย 2 สเต็ปภายใน 3 นาที คุณก็สัมผัสความเปลี่ยนแปลงและเรียบเนียนขึ้นได้เลยค่ะ

1.ผสมวิตามินซีสครับกับแอคทิเวทติ้งเจล คนให้เข้ากัน จะมีฟองขาวๆ เกิดขึ้นเล็กน้อย

image4-1

2.ทาผลิตภัณฑ์ลงบนผิว นวดเบาๆ ทั่วใบหน้า จะรู้สึกอุ่นๆ ที่ผิวเล็กน้อย เน้นบริเวณจมูกและคางเพื่อกำจัดสิวเสี้ยน ทิ้งไว้ 3 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

image4-2

ทาวิตามินซีสครับกับแอคทิเวทติ้งเจลที่คนเข้ากันแล้วลงให้ทั่วบริเวณผิวหน้า ในภาพนี้จะเน้นบริเวณจมูกให้ดูค่ะ

 

image5

image6

เปรียบเทียบผลลัพธ์หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ ผิวบริเวณจมูกเรียบเนียน แลดูชุ่มชื้น และรูขุมขนดูเล็กลง สำหรับการใช้สครับผิวปกติควรใช้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้งและเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่สำหรับสาวๆ ที่เพิ่งออกแดดกลางแจ้งหรือผ่านการทำเลเซอร์มา แนะนำว่าควรเว้นระยะในการสครับไปก่อนชั่วคราวนะคะ

 

ขั้นตอนที่ 3  T  : Treat  – ปรนนิบัติบำรุงผิว

หลังจากผลัดเซลล์ผิวแล้ว ผิวของคุณก็พร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ในขั้นตอนต่อไปแล้วค่ะ ซึ่งในส่วนของการปรนนิบัติผิวนั้น แนะนำว่าต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละคน โดยวันนี้เราเลือกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก philosophy ในกลุ่ม brighten my day ค่ะซึงออกมา 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ brighten my day essence และ brighten my day uv+ shield ค่ะ

image7

ผลิตภัณฑ์ชุดนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าช่วยทำให้ผิวสว่างกระจ่างใส ด้วยนวัตกรรม 10.3.3 perfecting and brightening complex ที่ประกอบด้วยวิตามินซี ไนอาซินาไมด์และสารสกัดจากสาหร่ายและดอกเดซี่ ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอย กระชับรูขุมขน พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท โดยเฉพาะคนที่มีความกังวลในเรื่องของจุดด่างดำและผิวไม่กระจ่างใสค่ะ

มาเริ่มกันที่ philosophy brighten my day essence (ราคา 2,490 บาท / 30 ml.) เซรั่มเข้มข้มที่ช่วยปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ซึมซาบสู่ผิวเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอยต่างๆ กระชับรูขุมขน พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

image8-1

วิธีใช้: หยดเอสเซ้นส์ให้ได้ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว จากนั้นทาบางๆ ลงบนผิวหน้าและลำคอเป็นประจำทุกเช้า-เย็น  หลังขั้นตอนการล้างหน้า

ขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยก่อนออกจากบ้านในทุกๆ วันคือ การทาครีมกันแดดนั่นเอง เพราะแสงแดดเป็นตัวการหลักที่ทำร้ายผิวของเรา และจะดีแค่ไหนถ้าครีมกันแดดนั้นสามารถมอบความชุ่มชื้น รวมถึงเป็นเมคอัพเบสได้ all-in-one

เราจึงขอแนะนำ brighten my day skin-protecting brightening uv+shield spf 30 (ราคา 1,990 บาท/ 40 ml.) ครีมกันแดดเนื้อบางเบาในรูปแบบเนื้อแมท ไร้สี ไม่มันวาว ซึ่งนอกจากจะมีส่วนผสมสำคัญอย่างไนอาซินาไมด์ วิตามินซี สารสกัดจากสาหร่ายและดอกเดซี่ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส พร้อมลดเลือนจุดด่างดำแล้ว ผลิตภัณฑ์นี้ยังมาพร้อม full-light protection technology ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและการทำร้ายผิวจาก UVA UVB รังสีอินฟราเรด รวมถึงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือด้วย

image10

นอกจากนี้ uv+ shield ยังสามารถใช้เป็น make up base ก่อนการแต่งหน้า เพื่อควบคุมความมันและช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดวันอีกด้วย เรียกว่าซื้อหลอดเดียวคุ้มค่าเลย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวได้ครบถ้วน ไม่ต้องลงหลายขั้นตอน แค่นี้ก็พร้อมปกป้องผิวสวยของคุณได้แล้วค่ะ

image11

วิธีใช้: บีบครีมกันแดดขนาดเท่าเหรียญสิบบาท แล้วทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ จะเห็นว่าเนื้อครีมซึมลงผิวอย่างรวดเร็ว ควรทาก่อนแต่งหน้าหรือก่อนลงเครื่องสำอางทุกเช้านะคะ

หลังจากปรนนิบัติบำรุงผิวครบทั้ง 3 ขั้นตอน cleanse – peel – treat ตามสูตรของ philosophy แล้ว คุณจะพบถึงความแตกต่าง ตั้งแต่เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่บางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และผลลัพธ์ของผิวที่สะอาดเนียนนุ่มขึ้น พร้อมมอบความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ให้คุณพร้อมเผชิญแสงแดดและอวดผิวสวยได้อย่างมั่นใจ

แวะมาทดลองผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวของคุณที่สุดได้ก่อนใครที่เคาน์เตอร์ philosophy สาขาสยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลบางนา และ SEPHORA สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี, เซ็นทรัลเวิลด์, เอ็มควอเทียร์, เมกาบางนา และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า  รวมไปถึงสามารถติดตามโปรโมชั่นและกิจกรรมต่างๆ ตลอดปีได้ทาง Facebook Philosophy Thailand หรือ instagram philosophy_thailand  ค่ะ

 

Photo Credit : KRD Mekanontchai