ตระเวนจิบกาแฟหอม ในบรรยากาศอบอุ่นย่านเอกมัย (ตอน 1)


คอลัมน์นี้กลับมาเอาใจคอกาแฟที่กำลังมองหาร้านเจ๋งๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาแฟแบบเน้นๆ สามารถสัมผัสได้จากทุกซอกทุกมุมของร้าน ร้านเหล่านี้ไม่เพียงถูกอกถูกใจของผู้คนที่อาศัยอยู่ย่านเอกมัยเท่านั้น แต่ได้สร้างความประทับใจครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับผู้มาเยือนต่างถิ่นที่ชื่นชอบการทานกาแฟเป็นชีวิตจิตใจผ่านรสชาติ บรรยากาศ และบริการฉันท์มิตรจากเจ้าของร้านและเหล่าบาริสต้า
1. Ink & Lion Café at Ekamai 2
เริ่มกันที่ร้านแรกกับ Ink & Lion ร้านนี้เกิดจากความหลงใหลในรสชาติของกาแฟและงานศิลปะของสองสามีภรรยาขณะใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา จึงได้เนรมิตให้ร้านกาแฟ Ink & Lion Café ณ เอกมัย ซอย 2 กลายเป็นศูนย์รวมของคนที่ชื่นชอบกาแฟมามากว่าสองปี ทั้งสองถึงขั้นเข้าคอร์สเรียนเป็นการเป็นงานเพื่อนำความรู้ เทคนิค และวิธีการต่างๆ กลับมายังเมืองไทยเพื่อเปิดร้านเป็นของตัวเองบรรยากาศของร้านสบายๆ มีเคาน์เตอร์ทำกาแฟกลางร้าน ลูกค้าสามารถนั่งดูวิธีชงและพูดคุยเกี่ยวกับกาแฟกับบาริสต้าได้ ไฮไลท์จะอยู่ที่บริเวณผนังด้านหลังร้าน เพราะมีแกลลอรี่งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์จากศิลปินต่างๆ สลับกันไปราวเดือนละครั้ง นอกจากนี้ยังขายอุปกรณ์ชงกาแฟให้กลับไปชงที่บ้านได้อีกด้วย

ส่วนเมล็ดกาแฟนำมาจากโรงคั่วเพื่อนบ้านเช่น Brave Roasters เพื่มความแตกต่างโดยการนำเข้าจากสิงคโปร์ นิวยอร์ก อินโดนีเซีย บราซิล เอธิโอเปีย วิธีการชงมีทั้งแบบชงมือบ้าง Drip บ้าง อย่างครั้งนี้เราได้ลองกาแฟ Espresso ดริป เป็นตัว Blend ของร้านที่ได้ติดต่อกับโรงคั่วโดยตรงว่าอยากได้รสชาติแบบไหน หากชอบทานแบบมีนมก็จะเป็น Latte ทั้งร้อนและเย็นแล้วแต่ความถนัด

…เสน่ห์การทำกาแฟดริปคือ ความเรียบง่าย อร่อย และการอดทนรอให้กาแฟหยดลงในแก้วทีละหยด ซึ่งการดริปกาแฟสามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยอุปกรณ์ที่ใช้คือ กาแฟคั่วอ่อนที่จะให้รสชาติดี ที่บดกาแฟ ที่กรอง ดริปเปอร์ทรงกรวย กระดาษกรอง กา และน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 90 องศา

ส่วนขนมทางร้านจะนำมาจากร้าน Size S Coffee & Bakery ย่านพระราม 4 เนื่องจากมีความเรียบง่ายขนาดพอดีคำไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป และที่ขาดไม่ได้คือวาฟเฟิลซิกเนเจอร์สูตรเฉพาะของทางร้าน ที่จะมาเสริมทัพให้การจิบกาแฟของคุณสุนทรีขึ้นไปอีก

2. Once Ounce for Onion at Ekamai 12
โรงคั่วกาแฟ Brave Roasters และ Onion Store ที่ขายของเก๋ๆแนววินเทจเช่นเสื้อผ้า รองเท้า หมวก รวมถึงสไตล์การตกแต่งร้านที่ใช้ไม้เป็นหลัก เรียกได้ว่าทวีคูณความมีเสน่ห์และอบอุ่นเป็นกันเองให้กับร้าน One Ounce for Onion ยิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนที่เป็นร้านกาแฟแบ่งออกเป็นสองโซน ประกอบด้วยด้านในที่เป็นเหมือนเคาน์เตอร์บาร์ และด้านนอกที่โปร่งสบายสำหรับนั่งทำงานเป็นกลุ่ม หรือนั่งอ่านหนังสือชิลล์ๆ ส่วนด้านในสุดติดกับ Onion Store จะเป็นโรงคั่วกาแฟสด Brave Roasters ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เป็นโรงคั่วสำคัญที่ส่งออกความอร่อยไปยังลูกค้าร้านกาแฟอื่นๆ อีกหลายแห่งเลยล่ะ

ครั้งนี้เราได้ทานกาแฟดริปซึ่งเป็นกาแฟ Single Origin จากเอธิโอเปียรสชาตินุ่ม เปรี้ยวนิดๆ และมีกลิ่นหอมของเบอร์รี่ หากชอบทานกาแฟใส่นม ลองเป็น Latte ร้อน ที่พลาดไม่ได้คือกาแฟที่นำมาจากอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะทางร้านมีการพูดคุยกับเกษตรกรโดยตรง และมีการสั่งซื้อกันต่อเนื่องตลอดปี นอกจากนั้นยังมีกาแฟ Single Origin อีกต่างๆ มากมายที่สลับสับเปลี่ยนมาให้ลูกค้าลิ้มรสบ่อยๆ

หากเป็นคนไม่ทานกาแฟ หรืออยากเปลี่ยนไปดื่มอย่างอื่น แนะนำ Banana Crunch Shake กล้วยปั่นกับอัลมอนด์ที่ได้ความหอมของกล้วยและความกรุบกรอบของอัลมอนด์ ช่วยเพิ่มความสดชื่นขึ้นไปอีก

3. RootsBKK Ekamai 15-17
บนพื้นที่เล็กๆ แต่จำนวนคนค่อนข้างหนาตาเดินเข้าออกให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่หารู้ไม่ว่า Roots บนถนนเอกมัย 15-17 แห่งนี้เป็นถึงครัวใหญ่ของกาแฟและเบเกอรี่ที่ส่งต่อไปยังร้านในเครือที่กำลังมาแรงอย่าง Roast Coffee & Eatery รวมถึงร้านชื่อดังอย่าง After You และ Grey Hound ณ ปัจจุบันอีกด้วย

Roots เปิดเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เที่ยงถึงหกโมงเย็น เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่รักกาแฟมาก เพราะที่นี่นอกจากจะคั่วกาแฟเองแล้ว ยังนำเข้ากาแฟจากหลายประเทศสลับกันไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสรสชาติที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ นอกจากจะได้ดื่มกาแฟรสอร่อยแล้ว ยังได้รู้เรื่องราวกาแฟจากบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟอย่างเป็นกันเองอีกด้วย

ครั้งนี้เราได้ชิม Bruna เป็นเฮ้าส์เบลนด์ของทางร้าน มีรสเปรี้ยวของแครนเบอรี่ติดลิ้นหลังจากดื่ม รสชาติกลมกล่อมทานง่าย หรือหากชอบรสสัมผัสจากช็อคโกแลตดำที่แรงกว่าตัวแรก แนะนำเป็นกาแฟที่นำเข้าจากประเทศเอลซัลวาดอร์ นอกจากนั้น ยังมีเมล็ดกาแฟพี่ศรีเจ้าดังที่ทางร้านนำเข้าจากภาคเหนือของประเทศไทยอีกด้วย

เพิ่มสีสันการจิบกาแฟยามบ่ายด้วยขนมอบหลากรสที่อบสดๆ ให้เห็นต่อหน้าต่อตาวางไว้บนโต๊ะ ลูกค้าสามารถเดินไปเลือกและหยิบมาทานเองได้ ที่นี่ใช้ระบบจ่ายเงินแบบ Honest Box พอใจเท่าไรจ่ายเท่านั้น โดยมีมาตรฐานกาแฟที่ 100 บาท และขนมอบ 50 บาท ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของทางร้าน ผู้เขียนนั่งเสียจนรากงอกไม่อยากลุกไปไหนเลยล่ะ

4. Kaizen Coffee Co Ekamai 26-28
ไคเซ็น ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ร้านเพื่อต้องการพัฒนากาแฟบริการลูกค้าให้ดีขึ้นไปอีก การตกแต่งร้านเน้นสีขาวทันสมัย ลูกค้าที่มานั่งทานกาแฟสามารถคุยกับเหล่าบาริสต้าได้อย่างเป็นกันเอง

ไคเซ็นนำเข้ากาแฟจากโรงคั่วทั้งไทยและต่างประเทศหมุนเวียนมาให้ลิ้มลอง โดยจะตรวจสอบคุณภาพก่อนเสิร์ฟทุกวัน จุดเด่นคงหนีไม่พ้น Nitro Cold Brew ที่เปลี่ยนจาก Cold Brew แบบเดิมๆ ให้มีสีสันมากขึ้น ด้วยการแช่กาแฟกับน้ำเย็นไว้ในถังเบียร์ แล้วอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปช่วยเร่งปฏิกิริยาการสลัดจาก 10-18 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น กาแฟจึงมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน อวดฟองนุ่มลอยอยู่ด้านบน ได้อารมณ์เหมือนดื่มเบียร์

หากเป็นคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ทางร้านยังมี Milo Mountain เมนูสุดฮิตของร้าน นอกจากนั้นยังมีไลท์เบรคฟาสต์อย่าง Bacon.Egg and Cheese ไว้บริการสำหรับคนที่ยังไม่ทานอาหารเช้าอีกด้วย

5. Nikko Café Ekamai 12
จากคอนเซ็ปต์ Life Refresher ทำให้ Nikko Café ออกตัวเป็นคาเฟ่ที่บริการเครื่องดื่มเป็นหลักภายใต้บรรยากาศญี่ปุ่นที่ดูทันสมัย โปร่งสบาย ให้ลูกค้าได้มาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน หรือนั่งชิลล์ทำงานได้ตั้งแต่สิบโมงจนถึงเที่ยงคืน ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน 5 คน ที่สนใจอยากเปิดร้านชิลล์ๆ สักแห่ง สุดท้ายร้านจึงมาลงที่ถนนเอกมัย ซอย 12 เพื่อรองรับผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างหนาแน่นละแวกนั้น

ตัวชูโรงของที่นี่ต้องยกให้ Green Tea Matcha Latte ซึ่งคุณกร หนึ่งในหุ้นส่วนของร้านถึงขั้นเคลมว่า ทานแล้วจะลืมชาเขียวที่อื่นเลยทีเดียว แนะนำให้ทานแบบ shake หากรู้สึกง่วงแนะนำ Espresso on the Rock กาแฟดำเย็นที่ผ่านการ shake โดยบาริสต้า เพิ่มนมและไซรัปเป็นออปชัน และอีกมายมายทั้งร้อนและเย็น

เมนูอาหารก็ไม่น้อยหน้า เริ่มที่ Spaghetti Alfredo Onsen กลิ่นชีสหอมกรุ่นในปริมาณที่หนาเป็นพิเศษ คลุกเคล้ากับเส้นสปาเก็ตตีเหนียวนุ่มพร้อมไข่ออนเซ็น โรยด้วยเกล็ดขนมปังที่คั่วกับสมุนไพรรสชาติแสนอร่อย เมนูแนะนำอีกอย่างคือ BBQ Chashu Rocket Salad หมูทั้งนุ่มและกรอบ ยิ่งราดด้วยซอสบาร์บีคิวของทางร้านล่ะก็ นับเป็นเมนูทานเล่นที่พลาดไม่ได้เลยล่ะ

ร้านยังเสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สำหรับกลุ่มเพื่อนที่มาปาร์ตี้สังสรรค์ แนะนำนั่งด้านบนชิลล์ๆ ได้จนถึงตี 1 ไม่เสียชื่อที่เคลมว่าเป็นร้านเครื่องดื่มครบวงจรจริงๆ

ร้านกาแฟย่านเอกมัยของเรายังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีร้านที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไปอีกหลายร้าน บรรยากาศแตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ ทุกคนสามารถเลือกไปนั่งจิบตามสไตล์ของตัวเองกันได้ ติดตามตอนต่อไปนะครับ

“Photo: Ben Vitoosuwan ผู้ช่วยช่างภาพ KRD Mekanontchai”