งาน งาน งาน แม้บางครั้งงานเราจะอยู่กับเครื่องจักร กับคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่อยู่กับสารอะไรบางอย่างมากจนเรียกได้ว่ากินเวลาชีวิตเราไปครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่เชื่อแน่ค่ะว่างานทุกงานนั้นต้องมีคนเป็นองค์ประกอบ และองค์ประกอบนี้ก็สำคัญมากด้วย หรือใครจะเถียงค้า ว่าคุณนั่งทำงานอยู่ได้โดยไม่ต้องติดต่อกับใครสักคน

เพราะฉะนั้นอย่างน้อยเราต้องมีเพื่อนร่วมงานแน่นอนค่ะ และหนึ่งในนั้นก็ต้องเป็นคนที่เราสนิทด้วยจริงไหมคะ การที่เรามีเพื่อร่วมงานดีๆ บางครั้งทำให้เราผ่านเรื่องยากๆ งานง่อยๆ ลูกค้างี่เง่าๆ และเงินน้อยๆ ไปได้อย่างเหลือเชื่อ เหมือนกับว่าคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก หรือแม้แต่บางที่จะแคบ ได้อยู่กับคนดีๆ เราก็ผ่านไปได้ไม่ยาก จริงไหมคะ?

เพื่อนดีๆ คุณมีบ้างไหม? 
ลองหันไปมองรอบๆ ตัวสิคะ คุณมีเพื่อนร่วมงานกี่คนกัน? มากกว่า 1 แน่นอนค่ะ แม้แต่คนที่มนุษย์สัมพันธ์แย่ที่สุดในโลก ยังมีเพื่อนเลยค่ะ แล้วคุณจะไม่มีได้อย่างไร แต่นั่นล่ะค่ะ เรื่องของเพื่อนไม่ใช่เล่นหุ้น เพราะฉะนั้นปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพค่ะ คงไม่มีใครอยากมีเพื่อนมากมายแต่พึ่งไม่ได้เลยสักคนหรอกจริงไหมคะ? พอว่ากันด้วยเรื่องเพื่อนดีๆ เราก็มาดูกันดีกว่า ว่าเพื่อนร่วมงานที่เรียกว่าดีนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูกันดีกว่าค่ะ

เพื่อนดีๆ ที่ไม่เยอะและนอยด์ 
ความเยอะและความนอยด์ (paranoid) เนี่ย มันเป็นคุณสมบัติของผู้หญิงส่วนหนึ่งเลยนะคะ เพราะฉะนั้นหากเราไม่อยากได้รับความเยอะและความนอยด์จากเพื่อนร่วมงาน เกรงว่าต้องดูเพื่อนต่างเพศหรือเพื่อนข้ามเพศไว้บ้าง บุคคลเหล่านี้จะมีข้อดีที่มีมุมมองที่ต่างจากเรา ทำให้เราได้คิดในอีกแง่บ้าง เหรียญยังมีสองด้านเลยนะเธอ ปัญหามันต้องมีด้านที่เรามองได้มากกว่าเหรียญอยู่แล้วล่ะจ้ะ

เพื่อนบ้านๆ บ้างก็ดี 
บางครั้งการทำตัว Low Profile บ้างก็ให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกนะ ทั้งสบายตังค์ที่ไม่ต้องคิดว่าจะต้องแสดงตัวอะไรมากมาย และสบายใจที่จะทำตัวบ้านๆ บ้าง ทำอะไรตามสบายไม่ต้องมีมาดบ้าง ไม่ต้องมีฟอร์มบ้าง มันก็สบายไปอีกแบบ แล้วคุณอาจจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบเพียงพอและพอเพียง ที่ทำให้คุณเตือนตัวเองได้ว่าบางครั้งไม่ต้องตะเกียดตะกายไปตามสังคมบ้างก็ได้
ใครขี้เกียจไปออกกำลังกายบ้าง ยกมือขึ้น !!!! 

เอ่อ....ได้ข่าวว่ายกพรึ่บพรั่บกันเลยทีเดียว

ฉันก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ขอขยับตัวทำอะไรเลยเพราะความขี้เกียจ ไม่ชอบเหงื่อออก กลัวเหนื่อยและมีข้ออ้างสารพัด พอวันหนึ่งจะไปออกกำลังกาย ตั้งท่าไว้อย่างดี ก็ต้องมีอันเป็นไป ไม่ได้ไปออกซะอย่างนั้น อย่างเช่น

“อุ้ย..วันนี้สงสัยฝนจะตกไม่ไปดีกว่า”

“โอ้ย...แดดร้อนอะ ไม่ออกจากบ้าน”

“โหย..รถติดอะ ขี้เกียจไป”

“โอ้ย..ทำงานเหนื่อยแล้วอะ ขอไปวันอื่นนะ”

“ว้าย..วันนี้เพื่อนไม่ว่าง ไว้ไปพร้อมกันละกัน”

และอีกมากมายสุดแต่จะนึกเป็นข้ออ้างได้ที่จะไม่ไปออกกำลังกาย แล้วก็จะผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ทำให้การไปออกกำลังกายไม่สำเร็จ ไม่เห็นผล ไม่ต่อเนื่อง และสุดท้ายก็จะไม่ไปในที่สุด รู้นะว่าหลายคนเสียเงินไปกับคอร์สออกกำลังไปบานเบอะ และอาจจะไม่ใช่ที่เดียวด้วยซ้ำ คือซื้อไว้ก่อนอย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกผิดน้อยลง ใช่มะ !!???

ไม่ผิดที่กว่าคุณจะย้ายก้นใหญ่ๆ ย้วยๆ ของคุณออกจากโซฟาดูวิญญาณที่บ้านได้ หรือจะแงะสันหลังยาวๆพร้อมตัวขนเยอะๆออกจากที่นอนอันแสนสบายในยามเช้าวันหยุดออกมาได้ซะที สิ่งที่จะช่วยคุณได้คือ “เป้าหมายที่ชัดเจนและแน่วแน่!!!” ไม่ใช่ว่าฉันไม่เป็น ฉันก็เป็น !!!
เคยไหมที่ถูกเพื่อนแม่ หรือเพื่อนพ่อ ทาบทาม ออกการอยากให้ทำความรู้จักกับลูกชาย?

เคยไหมที่ถูกแม่หลอกให้ไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อน เพื่อให้บังเอิญเจอลูกชายเพื่อนสักคน?

ประเด็นนี้สาวๆ หลายนางเห็นแล้วอาจลุกขึ้นกรี๊ดดังๆ เพราะประสบมาแล้วทั้งสิ้น เรื่องการที่บุพการีกระตือรือล้นจับคู่ให้คุณคบหาดูใจกับคนที่ "ได้รับการพิจารณา" แล้วว่า เหมาะสม สาวโสดหลายคนอาจโชคดีที่บุพการี ไม่กดดันเรื่องมีคู่ แต่ก็คงมีจำนวนไม่น้อย ที่พ่อแม่พยายามยัดเยียดบุพเพสันนิวาสประทานเนื้อคู่มาให้ ทำให้สาวมั่นนำสมัยอย่างเราๆ ขัดอก ขัดใจ ถึงขนาดรำคาญจนกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตเลยทีเดียว แต่จะให้ตอบโต้รุนแรงหรือแข็งข้อ ขัดขืน ก็เกรงจะถูกประนามว่าเป็นลูกอกตัญญูเอาได้ง่ายๆ แต่จะรับมีอย่างไรดี เรามีทางออกสวยๆ มาบอกกันค่ะ

คิดเสียว่า เปิดโอกาสใหม่ให้กับตัวเอง 
การที่พ่อแม่ พยายามผันตัวเองมาเป็นแม่สื่อ เป็นกามเทพแผงศรรัก อาจเป็นเพราะเห็นคุณหักโหมทำงานการ จนไม่อาจปันเวลา ไปสานสัมพันธ์สร้างเรื่องโรแมนติกทำความรู้จักกับชายหนุ่มมากนัก พาลทำให้เป็นห่วงว่าลูกสาวดูจะรักษาคานอย่างเหนียวแน่นจนเกินงาม ฝ่ายชายเขาก็อาจจะไม่เห็นด้วย กับความพยายามจับคู่ในครั้งนี้ แน่นอนคุณอาจหงุดหงิดไปบ้าง ขอให้คุณลองเปิดใจกว้างๆ อย่าใช้เขาเป็นที่รองรับอารมณ์ อย่าพกอคติไปด้วย ลองพบปะพูดคุยกับเข้าคนนั้นดูก็ไม่เสียหาย

คิดเสียว่า เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ รู้จักคนใหม่ๆ ได้พัก ผ่อนคลายจากเวลาทำงาน ไปดูหนัง ฟังเพลงกับเพื่อนใหม่ ที่มีรสนิยมที่ อาจจะเหมือน หรือต่างจากเราไป เปิดใจเรียนรู้จักเขา ถึงแม้อาจเป็นเวลาสั้นๆ ก็อาจทำให้เราได้พบแง่มุม หรือความคิดดีๆ นำมาปรับใช้กับชีวิต หรือการงานได้ ไม่แน่โอกาสนี้คุณอาจได้เจอชายในฝัน ที่ดีพอให้คุณสานสัมพันธ์รักกันแบบยาวๆ แถมไม่มีอุปสรรค์เรื่องคนรักเข้ากับพ่อแม่ไม่ได้ เป็นของแถมอีกต่างหาก

คิดถึงผลได้ ผลเสียที่จะเกิดขึ้น 
ในบางครั้ง ความสัมพันธ์ของชายหนุ่มหญิงสาว อาจถูกดึงเข้ามาพัวพันกับผลประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างครอบครัว หากสาวนางไหน ที่มีบุพเพฯ เข้าข่ายนี้ ก็คงต้องบอกว่า ก่อนที่จะตีโพยตีพายรีบร้อนปฏิเสธ ขอให้ตรองให้หนัก มองในมุมของนักธุรกิจ คิดเสียว่าการตอบรับคำเชิญของฝ่ายชาย เป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้แลกเปลี่ยนทัศนคติกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อศึกษาการวางระบบ การจัดการ การทำการตลาด หากคุยกันถูกคอ สบช่องทางในการค้าขาย ก็อาจจับผูกมัดเป็นคู่ค้าทำการขยายตลาดเสียเลยก็ได้ หรือทำให้คุณมีที่ปรึกษาทางธุรกิจที่อาจพัฒนาความสัมพันธ์ไปเป็นเพื่อนหรือมากกว่าเพื่อนก็แล้วแต่คุณทั้งคู่จะตัดสินใจ หากพูดคุยกันไม่ถูกคอ ก็ให้ตอบปฎิเสธแบบรักษาน้ำใจ และอย่าลืมรักษาหน้าของบุพการีไว้บาง หากผู้ใหญ่ทางฝ่ายชายใจกว้างพอ ก็คงส่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่มากนัก
Knowing who วีคนี้ เราจะพาชิคสเตอร์ไปรู้จักกับผู้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์จากความตั้งใจของบุคคลที่ทำให้แด่เพื่อนรัก 4 ขา ที่เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง เพราะคงจะเป็นเรื่องเศร้าไม่น้อย หากเพื่อนสนิทของเราต้องเจ็บปวดจากการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ Thai Wheelchairs For Dogs หรือรถวีลแชร์เพื่อสุนัข จึงเกิดขึ้น เพื่อเพื่อนที่แสนดีและซื่อสัตย์โดยเฉพาะ

และวันนี้ “คุณเกวลิน สุรคุปต์” ผู้ก่อตั้ง Thai Wheelchairs For Dogs Co,.Ltd. จะเป็นคนมาบอกเล่า พร้อมให้คำตอบเกี่ยวกับเจ้าผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า รถวีลแชร์เพื่อสัตว์เลี้ยงกับเรากันค่ะ

เหตุเกิดเพราะเจ้าสิงโต
“จุดเริ่มต้นของ Thai Wheelchairs For Dogs เริ่มมาจากดิฉันมีสุนัขพันธุ์เชา-เชา ชื่อเจ้าสิงโตค่ะ อยู่มาวันหนึ่งสิงโตเกิดเดินไม่ได้ คือ เดินได้แค่ 2 ขาหน้า ส่วน 2 ขาหลัง เดินไปทางไหนก็จะลากถูไปกับพื้น ทำให้เลือดไหลเป็นทางๆ เพราะขาหลังต้องขูดไปกับพื้นตลอด ดิฉันจึงพาเขาไปพบเพื่อนที่เชี่ยวชาญกับ Case ทางด้านระบบประสาท ซึ่งเมื่อตรวจแล้วพบว่ามีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท การผ่าตัดหวังผลได้น้อยเหลือเกินสำหรับ Case นี้ เนื่องจากปัจจัยทางด้านอายุที่มากแล้ว ซึ่งสุ่มเสี่ยงมากต่อการวางยาที่อาจไม่ฟื้น และถึงจะฟื้นการผ่าตัดก็หวังผลได้ประมาณไม่ถึง 10%
"สิ่งที่ให้คำตอบสำหรับทางออกของสิงโตคือ รถวีลแชร์ ปรากฏว่าพอไปติดต่อตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเมืองไทยก็ไม่มี หลังจากลองค้นหาทางอินเทอร์เน็ตก็รู้ว่าต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่พอศึกษาข้อมูลแล้วกลับพบว่าวัสดุไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเรา สุดท้ายเลยตัดสินใจค้นคว้าเองเพื่อให้สุนัขของเราได้สิ่งที่ดีที่สุด ประกอบกับตอนนั้นเรามีพื้นฐานงานวิจัยตอนเรียนปริญญาโทอยู่ด้วย ที่จะช่วยต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้”

เมื่อ Thai Wheelchairs For Dogs เกิดขึ้น 
“เริ่มจากทดลองใช้กับสุนัขของตัวเอง นั่งเฝ้าดูอาการว่าใส่แล้วเป็นยังไง ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการปรับแก้อยู่เรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นวีลแชร์สำหรับสุนัขที่สมบูรณ์แบบ พอเพื่อนๆ สัตวแพทย์ได้มาเห็น แล้วเขารู้สึกว่าใช้งานได้ดี เลยแนะนำว่าให้ลองทำขายให้สุนัขตัวอื่นๆ ดูสิ บรรดาสุนัขตัวอื่น ๆ จะได้มีความสุขเหมือนกับสิงโต.. ก็เลยเปิดตลาดกับโรงพยาบาลสัตว์ในกรุงเทพฯ ก่อน พอไปได้ดี เราก็ขยายไปที่ต่างจังหวัด และต่างประเทศ จุดเด่นของเราอยู่ที่งานวิจัยที่เราได้ทำมา เพราะเรามีสถิติการวัดตัวสัตว์แต่ละตัวไว้ เพื่อนำไปใช้ผลิตให้พอดีและเหมาะสมกับการใช้งาน ทุกขั้นตอนต้องละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นติดตามผลเพื่อให้แน่ใจในประสิทธิภาพเพื่อให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์ 

ขั้นตอนทั้งหมดเหล่านี้ถือเป็นเทคนิคเฉพาะ และเป็นจุดที่ทำให้เราประสบความสำเร็จและเปิดตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเจอสุนัขตัวจริง แต่ก็ยังสามารถช่วยเหลือสุนัขทุกตัวที่มีปัญหาได้อย่างทั่วถึง ถ้าสุนัขของลูกค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่ทำสถิติไว้ สามารถรับของได้เลย แต่ถ้าสุนัขตัวนี้อ้วน ผอม สั้น ยาว เตี้ย สูง ก็ต้องรอการผลิตประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะบางครั้งสุนัขอาจมีพันธุ์ผสม, มีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ฯลฯ นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังได้คิดค้นผลิตรถวีลแชร์สำหรับแมว , กระต่าย, หมูป่า และเฟอร์เร็ต อีกด้วยค่ะ”

มาตรฐานและการบริการของ Thai Wheelchairs For Dogs 
“Thai Wheelchairs For Dogs เราได้มีการจดสิทธิบัตรผลงานอย่างถูกต้องค่ะ ส่วนเรื่องมาตรฐานของวีลแชร์ของบริษัทฯ จะมีการออกแบบที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ใส่แล้วเพื่อช่วยส่งเสริมทางด้านอาการให้ดีขึ้น ซึ่งในขณะนี้เรามีรุ่นที่ช่วยส่งเสริมทางด้านการกายภาพบำบัดอีกด้วยค่ะ ในเรื่องของวัสดุที่ใช้บริษัทฯ มีให้ลูกค้าเลือกว่าอยากได้เป็นเหล็ก หรือสแตนเลส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจและงบประมาณของเจ้าของสุนัข เพราะจะเป็นเพียงแกนอยู่ด้านในเท่านั้น ส่วนภายนอกจะบุด้วยวัสดุความนิ่ม และผ้ากำมะหยี่ ซึ่งลูกค้าสามารถที่จะเลือกได้เองว่าชอบสีอะไร ลูกค้าบางท่านถึงกับต้องไปดูโฉลกสีก่อนก็มี ว่าสุนัขของฉันเกิดวันนี้ต้องใช้สีอะไร จะได้หายจากอาการเจ็บป่วย
เกิดเป็นสาวออฟฟิศยุคนี้ ความรู้ต่างๆ หาง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เรียกว่าเทคโนโลยีสารพัดสารเพนั้นมีมากมายหาง่ายแค่หยิบมือ ทักษะต่างๆ เราก็สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายได้ขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะฉะนั้นสาวๆ ทั้งหลายจึงมีความสามารถรอบด้าน เรียกว่าไม่ได้เก่งอย่างเดียว แต่ทำได้ไปเสียหมด ออกแนวร้านสะดวกซื้อ ที่มีปัญหามาหาเธอจะได้คำตอบแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ Hardware ยัน Software เธอตอบได้ตลอด เป็นที่ปรึกษาได้แทบทุกเรื่อง มีอะไรไม่รู้เธอจัดการได้ เชื่อเถอะค่ะว่าในบริษัทคุณต้องมีคนแบบนี้อยู่อย่างน้อย 1 คนเป็นแน่

แหม…เรียกว่าเก่งรอบด้านแบบนี้ เป็นคุณสมบัติแบบนี้ใครๆ ก็อยากได้ไว้ในองค์กรจริงไหมคะ? ว่าแต่การเป็นคนอเนกประสงค์เนี่ย มันดีจริงๆ เหรอ และคุณอาจจะเป็นสาวอเนกประสงค์แบบไม่รู้ตัวอยู่ก็เป็นได้นะคะ

ถามอะไรตอบได้ พูดอะไรรู้หมด 
การเป็นคนมีความรู้รอบตัว เข้าใจรอบด้านนี่เป็นเรื่องดีแบบไม่มีอะไรเถียงค่ะ แต่สิ่งที่คุณคาดหวังจะได้จากเขาควรเป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพราะเชื่อแน่ว่าคนที่รู้เรื่องมากมายไปเสียหมด เรื่องความรู้ลึกๆ คงยากที่จะใส่ในรายละเอียดได้ กลายเป็นว่ารู้กว้างแต่ไม่ลึก แล้วอย่างนี้อะไรจะดีไปกว่ากันล่ะคะ ขอตอบง่ายๆ ค่ะว่าเหมาะสำหรับงานบางประเภทเท่านั้น เช่น งานเลขา งานประชาสัมพันธ์ คือคุณต้องรู้กว้างในเรื่องของภาพรวมองค์กร แต่ไม่จำเป็นมากนักที่จะต้องรู้ลงไปในรายละเอียดงาน เนื่องจากงานของคุณไม่ใช่งานเฉพาะทางที่มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว 

แต่ถ้าคุณเป็นพนักงานเฉพาะทาง แต่ก็รู้เรื่องราวอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องราวของงานตัวเองด้วย ก็ถือเป็นเรื่องดีค่ะ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง เป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเองไปในตัว จึงไม่เป็นเรื่องผิดค่ะ แต่ขอเสริมหน่อยว่า ควรจะรู้ในสิ่งใดๆ ก็ตามให้ลึกซึ้งและเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ต้องหลากหลายแต่ได้บ้างจะดีกว่าค่ะ เหมือนกับเป็นนกเหนี่ยวบินให้เก่ง ย่อมมีประโยชน์กว่าการอยู่อย่างเป็นที่บินก็ได้ เดินก็ได้ วิ่งก็ได้ ว่ายน้ำก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ดีสักอย่าง

พอทำได้ทุกอย่าง VS ทำได้ดีเป็นอย่างๆ 
สาวอเนกประสงค์นี่สามารถทำได้ทุกอย่างค่ะ งานเลขาหรือผู้ช่วยเหมาะกับเธอมาก เรียกว่าสั่งมาเถอะค่ะ เธอสรรหาให้ได้ไม่ต้องห่วงอะไรที่ทำได้เธอก็ทำไป อะไรที่ไม่ถนัดเธอก็หาคนที่ทำได้ให้จนได้ เรียกว่าเป็นพนักงานฉุกเฉินชนิดที่ว่าเรียกหาได้ พร้อมใช้กันเลยทีเดียว ในขณะเดียวกันหากเป็นเรื่องเฉพาะทาง เรื่องของเทคนิคที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน เธอจะไปไม่เป็นเลยทีเดียว แม้ว่าเธอจะอยู่ในสายงานนั้นก็ตาม เรียกว่าเรื่องของตัวลำบากหน่อย แต่ถ้ามีอะไรนอกเรื่องมาให้ทำล่ะก็เธอพร้อมเสมอ!

ถ้าจะถามว่าแล้วคุณสมบัติแบบนี้มันจะดีไหม? ก็ต้องถามก่อนว่าคุณอยู่ส่วนไหนขององค์กร หากว่าอยู่ในระดับพนักงาน ที่ต้องมีทักษะเฉพาะด้านก็ควรส่งเสริมตัวเองแบบสุดๆ ให้เข้าสู่ทิศทางของอาชีพที่คุณเป็นอยู่ให้ได้ หรือถ้าไปไม่ไหวจริงๆ อยากให้ลองกลับมานั่งคิดอีกทีว่านี่คือสิ่งที่ใช่สำหรับคุณหรือเปล่า เพราะถ้าคุณไม่มีความสุขกับงานที่ทำ ทำพอผ่านๆ ไป แต่ยินดีทุกครั้งที่มีเรื่องอื่น งานอื่นเข้ามา นั่นหมายความว่าคุณสนใจที่จะทำสิ่งนั้นหรือเปล่า ลองเขยิบออกไปชิมลางสิ่งที่คุณอยากทำดูบ้างไหมคะ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณใส่ใจเป็นอาชีพหลักมากกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้

GOODGIRL LIVING IN SIN
ประเด็นต่างๆ ที่ผู้หญิงควรจะรู้ สะท้อนสังคม และไลฟสไตล์ของสาวๆ ในปัจจุบัน โดยผู้หญิงคนเก่ง คุณกะละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ
MONEY GENIUS
เทคนิคการใช้เงิน อย่างชาญฉลาด เช่น โบนัสเหลือ ทำอย่างไรดี ช้อปปิ้งอย่างไรไม่ให้แฟนงอน วางแผนซื้อคอน โดก่อนสามสิบ ฯลฯ
KNOWING WHO
แนะนำอาชีพประหลาดๆ ว่าทำงานนี้ได้อย่างไร มีที่มาที่ไป รายละเอียดงาน (เน้นแปลกแต่จริง)
LOVE MINISTRY
ประเด็นต่างๆที่ ผู้หญิงควรจะรู้ในการ เริ่มต้น และดูแลความ สัมพันธ์
MEN'S ADVICE
คำแนะนำเรื่องความ สัมพันธ์ให้กับสาวๆ จากมุมมองของ ผู้ชาย โดยคุณมาร์ค เอื่ยมอมรพันธ์
ติดตาม ChicMinistry จาก :