Email

ขึ้นบันไดมันได้อะไร

ขึ้นบันไดมันได้อะไร

ขึ้นบันไดมันได้อะไร

by Patcharasri  Benjamas


ต้องยอมรับว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนไป พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
  

โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น (แหม..กระดากใจและไม่อยากจะพิมพ์ลงไปเพราะสะท้อนใจเหลือเกิน มันทำให้เราดูแก่ขึ้นถนัดตาทีเดียว แล้วจะเรียกเขาว่าอย่างไรดี เอาเป็น น้องๆ แล้วกัน)
 

น้องๆ สมัยนี้ (ยังไม่ช่วยในความรู้สึกเท่าไหร่ เพราะยังดูแก่มากอยู่ดี เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ) ด้วยความรักและปรารถนาดีที่อยากมอบให้ก็คือว่า นอกจากจะไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร อยากทำอะไรแล้ว ยังมักง่ายที่อยากจะประสบความสำเร็จโดยไม่คำนึงว่า มันจะแลกมาด้วยอะไร และที่สำคัญเอาง่ายเข้าว่า !
  

จริงอยู่ที่ใครๆ ก็อยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ เพราะของอย่างนี้มันประกอบไปด้วยหลายๆ อย่าง ทั้งความตั้งใจ ความอดทน ความเพียรพยายาม ความขยัน ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ รู้จักให้อภัย รู้ว่าเรามีความฝันอะไร และที่สำคัญมันต้องใช้เวลาและประสบการณ์ ดูมันช่างยากและเยอะแยะไปหมด ทำให้คนสมัยนี้อยากจะข้ามสิ่งทั้งหมดนี้ไป แล้วประสบความสำเร็จเลยได้ไหม
  

ยกตัวอย่างเช่น เด็กสมัยนี้เห็นว่า การเป็นดารานักร้องช่างสวยงาม สบาย ได้ตังค์เยอะ แต่งตัวสวยๆ มีแต่คนสนใจรักใคร่ ไปไหนใครก็มอง เลยหาหนทางที่อยากจะเป็นอย่างนี้บ้าง โดยไม่มองดูตัวเอง หรือความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง ทางลัดความดังมีหลายทาง อย่างไปประกวดก็ทำให้ดังชั่วข้ามคืน แต่สำหรับคนที่วุฒิภาวะยังไม่ถึง เขาไม่รู้หรอกว่าชีวิตความดังนั้นต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะเขาเห็นแต่ในแง่สวยงามที่ดารานักร้องนำเสนอ เพราะไม่มีใครจะมานั่งบอกชีวิตของตัวเองทุกซอกมุมหรอก
  

คนเราใช้ชีวิตปรกติอยู่ดีๆ แล้วต้องเปลี่ยนแบบกระทันหัน ให้ตายเหอะ ต้องปรับตัวกันยกใหญ่รวมถึงคนรอบข้างด้วย และเมื่อต้องอยู่กับชื่อเสียงนั้นเหมือนมีภาระความรับผิดชอบที่ต้องแบกไว้ มันไม่ใช่เรื่องสบาย ถ้ารับไม่ไหว เอาไม่อยู่ เพราะไม่รู้ขั้นตอนการมา ปุบปับดังขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการใช้ชีวิต
  

บางคนไม่ประกวด ไม่ใช้ความสามารถอะไรทั้งสิ้น ยุคนี้มันเป็นยุคของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ใครอยากจะทำอะไรทำ โชว์อะไรโชว์ โชว์ในทางที่ดีก็ดีไป บางคนเปิดนั่นแหวกนี้พยายามเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นให้เขามาดู มากดไลค์ มาพูดคุยด้วยและอยากให้ตัวเองมีความสำคัญ เป็นเซเลปกับเขาบ้าง บางทีมันก็ทำให้บดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง สิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในตัวเองคนอื่นก็มองไม่เห็น และที่สำคัญเสียเวลาไปกับการทำอะไรที่ไม่ใช่และหลงทางอยู่นานสองนาน และลืมไปว่าโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์คก็มีคนดีคนเลวปะปน ที่โพสต์รูป ปล่อยคลิปอะไรลงไป มันก็ลบไม่ได้ มันก็จะเป็นรอยสักของชีวิตไว้อย่างนั้น


งั้นกลับเข้าสู่ชีวิตจริง เด็กยุคนี้สมัยนี้ เวลาไปสมัครงานสิ่งแรกที่เป็นตัวตัดสินใจคือ “ได้เงินเดือนเท่าไหร่” แม้จะได้ทำงานกับบริษัทที่ดี มีชื่อเสียง และใครๆก็อยากทำก็ตาม แต่ถ้าได้หมื่นกว่าบาท สะบัดบ็อบทันที ทั้งๆ ที่หน้าที่การงานไม่ได้ขี้เหร่อะไร แต่ได้เงินไม่ถูกใจเท่านั้น
 

แต่สิ่งที่น้องๆ สมัยนี้อาจหลงลืมไป ในชีวิตเราไม่ได้มีแต่ “เงิน” เท่านั้น ที่จะมาหล่อเลี้ยงเรา น้องอาจหลงลืมไปว่า ชีวิตเราอยากทำอะไร เรามีจุดมุ่งหมายอะไร เราอยากเห็นตัวเองเป็นอย่างไร และคุณค่าของตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน ไม่ใช่ว่า มีมูลค่าเท่าไหร่ !!
  

เด็กสมัยนี้จึงมีพระเจ้าที่ชื่อว่า “เงิน” ทำอะไรก็ได้ให้ได้ “เงิน” แม้จะต้องเอาตัวและวิญญาณเข้าแลกก็ตาม ขอให้ได้เงินง่าย ได้เงินเยอะเข้าไว้ ไม่สนใจว่ามันจะได้มาด้วยวิธีใด
  

น้องอาจไม่เคยรู้ว่าเงินเดือนเริ่มต้นของพี่ที่ช่อง 3 นั้นเท่าไหร่ บอกให้ตรงนี้ว่า “8,000บาท หักภาษีแล้วเหลือ 7 พันกว่าบาท” บ้านก็ไม่ได้มีฐานะอะไร แต่อยู่ได้ แถมมีเงินเก็บ แต่จำนวนเงินเริ่มต้นเทียบไม่ได้เลยกับโอกาสที่ได้รับ เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งดีๆที่ตามมาหลังจากนั้น เทียบไม่ได้เลยกับชีวิตที่เรารู้จักตัวเองและรู้คุณค่าตัวเอง และยังเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นได้ในเวลาต่อมา
  

สิ่งที่พี่อยากบอกไว้ตรงนี้ก็คือ อย่าดูถูกเงิน อย่าปัดโอกาสเพียงเพราะได้เงินน้อย เพราะสิ่งที่จะตามมามันได้มากกว่านั้น ถ้าเราขยัน อดทน เพียรพยายาม และแสดงความสามารถของเราออกมา
  มันไม่มีใครที่อยู่ดีๆแล้วพุ่งขึ้นไปสู่ยอดเขาได้โดยไม่ได้ปีน
น้องอาจบอกว่า โถ่ ! พี่ยุคนี้เขามีเคเบิ้ลชักอัตโนมัติขึ้นไปแล้ว หรือจะขึ้นลิฟท์ก็ได้เร็วดี ถ้าน้องขึ้นไปด้วยวิธีเหล่านี้เมื่อถึงยอดเขาแล้ว มันมีอะไรให้น้องได้จดจำ หรือมีอะไรให้น้องได้ภาคภูมิใจในตัวเองบ้างหรือเปล่า แล้วน้องจะอยู่บนนั้นไปตลอดไหม ถ้าจะลงน้องจะลงอย่างไรเมื่อน้องไม่รู้วิธีขึ้นมันด้วยซ้ำ
  

ทุกขั้นบันไดของชีวิตมีเรื่องราวให้เราได้จดจำ มีบาดแผล มีประสบการณ์ มีความสุข สมหวัง เสียใจ ท้อแท้ แต่เมื่อเราผ่านมันไปได้ เราจะมองย้อนกลับมาด้วยความภาคภูมิในสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดชีวิต
  

ขึ้นบันไดมันจะอาจเหนื่อย อาจเมื่อย แต่เราจะมีกล้ามขาที่แข็งแรงเพียงพอที่เราจะยืนด้วยขาของตัวเองได้  !

goodgirl living in sin
{ 0 Votes, Average 0 Crowns }

Print Story

More About: , , ,

More Stories in goodgirl living in sin

Related Stories in Chic Career & Relationship

สมัครเพื่อรับข่าวสารรายสัปดาห์
จาก Chicministry

สมัครเพื่อรับข่าวสารรายสัปดาห์
Fashion Ministry Beauty
Mind & Body Social Ministry
Career & Relationship Lifestyle
Travel Food & Leisure
Home & Family

Recently Trending

top stories the last 7 days

Please wait..