

อิ่มบรรยากาศ ณ บ้านริมน้ำ
27.02.13
อาจไม่ใช่แค่รสชาติอาหารเท่านั้นที่ทำให้ลูกค้าติดใจร้านอาหารสักร้าน ถ้ามีบรรยากาศดีๆ พ่วงเข้ามาด้วยเชื่อเถอะว่าลูกค้าคนไหนๆ ก็ไม่ปฏิเสธ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์อย่างนี้ ที่แม้จะผ่านวันแห่งความรักมาแล้วก็ตาม แต่หลายคนยังอินและอยากใช้เวลากับคนรักอยู่ ครั้งนี้ขอแนะนำ ‘Steve Cafe&Cuisine’ ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือวัดเทวราชกุญชร และปากทางเข้าอยู่ข้างๆ หอสมุดแห่งชาติเทเวศน์นี่เองค่ะ
ตัวร้านอยู่สุดซอย ต้องทะลุเข้าในวัดเสียก่อน เดินซอกแซกสักครู่จึงเห็นป้ายร้าน (ถ้ากลัวหาไม่เจอให้ถามทางจากคนแถวนั้นได้) และเมื่อเข้าไปในร้านก็จะเห็นบ้านไม้ริมน้ำที่มีนอกชานกว้างตั้งโต๊ะเรียงรายอยู่ เราไม่เก็บงำอาการเลยว่าทำเลและบรรยากาศดีจริงๆ ยิ่งเมื่อได้พูดคุยกับคุณแพท-พัชรินทร์ ขุทะกะพันธุ์ เจ้าของร้าน เลยทำให้ทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านเรือนไทยหลังเก่าที่นำมาปรับปรุงและตกแต่งแบบเรโทร ยุค 70 แต่ไม่ได้ดัดแปลงโครงสร้างของตัวบ้านเดิมซึ่งมีเอกลักษณ์และความสวยงามอยู่แล้ว
ก่อนจะเริ่มชิมอาหารท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล ต้องขอเล่าก่อนว่าเห็นชื่อร้านออกฝรั่งจ๋าแบบนี้แต่ที่ร้านขายอาหารไทยนะคะ ย้ำว่าอาหารไทยสไตล์โฮมเมด ส่วนที่ตั้งชื่อให้เดาทางกันไม่ออกแบบนี้ คุณแพทเล่าว่าเป็นชื่อของสามีเธอเอง คุณสตีฟบอกว่าอยากให้ชื่อดูสากล จำจดง่ายสำหรับชาวต่างชาติ แต่อยากให้เป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ว่าเมื่อมาถึงที่ร้านแล้วจะไม่มีอาหารฝรั่งให้ทานนอกจากอาหารไทย
เริ่มจานแรกกันด้วยของทานเล่น (ในบางครั้งอาจกลายเป็นกับแกล้ม) ปีกไก่กระเทียม (ราคา 130 บาท) หมักด้วยไวน์แดงทำให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รวมถึงติดหวานนิดๆ เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวแซ่บ ทำให้ตัดรสกันได้ เป็นเมนูที่เคี้ยวเพลิน ทานง่าย หมดไวมากเลยค่ะ
ต่อกันด้วยเมนูทานเล่นที่หนักท้องไม่ใช่เล่น ยำคุณแพท (ราคา 160 บาท) เสิร์ฟมาในจานซึ่งมีเส้นใหญ่ทอดกรอบพร้อมกับน้ำยำทะเลรสจัดจ้าน ส่วนชื่อเมนู คุณแพทบอกว่าอยากให้เป็น signature ของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้านิยมสั่งเมนูนี้
เมื่อน้ำย่อยทำงานแล้ว ขอเริ่มจานต่อไปให้หนักท้องกันมากขึ้นด้วย ข้าวผัดสตีฟ (ราคา 140 บาท) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนู signature ของร้าน เรียกว่าถ้ามาแล้วควรลองสั่งคู่กันกับยำคุณแพท จานนี้คุณสตีฟคิดขึ้นเอง ในตัวข้าวผัดมีทั้งกระเทียมโทน ลูกเกด หมูฝอย หอมหัวใหญ่ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แนมมาในจานเดียวกันด้วยกุ้งชุบแป้งทอด ซึ่งคุณสตีฟบอกว่าอยากให้รับประทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ปิดท้ายด้วย ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน (ราคา 180 บาท) เป็นเมนูสุดแซ่บแบบลิ้นคนไทย แต่ไม่เผ็ดจัดจนเกินไป รับประทานตอนร้อนๆ ถูกปากขึ้นสองเท่า กระดูกหมูนุ่มๆ ทำให้เคี้ยวง่ายไม่หงุดหงิดอารมณ์
นอกจากจะได้ชิมอาหารไทยสไตล์โฮมเมดที่คุณแม่ของคุณแพทเป็นคนดูแลแล้ว ยังได้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถมองเห็นสะพานพระราม 8 ได้ด้วย เรียกว่าอิ่มท้องไปพร้อมๆ กับอิ่มตา แนะนำว่าให้มาในช่วงเย็นย่ำค่ำคืนจะเหมาะกว่า เพราะแดดร่มลมตก อากาศไม่อบอ้าว แต่หากอยากเห็นวิวตอนกลางวันก็สามารถเลือกนั่งห้องกระจกซึ่งมีเครื่องปรับอากาศทำให้สามารถชมวิวไปชิมไปได้เช่นกัน
ในเรื่องการบริการนั้นคุณแพทย้ำว่า ด้วยความที่เป็นธุรกิจครอบครัว คือคนในครอบครัวมาช่วยกันดูแลลูกค้า เลยจะเน้นแบบสบายๆ เป็นกันเอง ไม่ต่างจากไปนั่งรับประทานอาหารที่บ้านเพื่อน ไม่มีพิธีรีตองมากนัก และด้วยสไตล์อาหารแบบโฮมเมดอาจทำให้ไม่รวดเร็วทันใจเหมือนร้านอาหารใหญ่ๆ ทั่วไปที่มีเชฟคอยดูแลในช่วงที่ลูกค้าเยอะๆ คุณแพทขอออกตัวไว้ว่าให้ลูกค้าอดใจรอสักนิด ชมบรรยากาศ พูดคุยกับคนข้างๆ จิบเครื่องดื่มไปพลางๆ รับรองได้ชิมจนอิ่มท้องกันทุกเมนูแน่นอน
** หมายเหตุ ราคาอาหารยังไม่รวมค่าบริการ 10%**
Steve Café&Cuisine
68 ซ.ศรีอยุธยา 21 (วัดเทวราชกุญชร เทเวศน์)
เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-23.00 น.
โทรศัพท์ 0-2281-0915 และ 081-868-0744
www.stevecafeandcuisine.com

More About: ร้านอาหาร, Steve cafe&cuisine
More Stories in eating out
Related Stories in Chic Food & Leisure
Recently Trending

Please wait..