

เพลงมีความรัก มักจะทำให้คนฟัง ดูเด็กลงไปนิดนึง
09.05.12
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว ได้มีการปรากฏของศิลปินกลุ่มหนึ่ง ทำงานร่วมกันเป็น Duo สองคน ชายหญิง ในนามของ “DooBaDoo” ประกอบด้วยหนึ่งชาย “โอ๋-เจษฎา” อดีตสมาชิกเก่าของวง “ซีเปีย” ซึ่งผลิตเพลงมาแรง..แร๊งงงง แบบ “เกลียดตุ๊ด” กับอีกหนึ่งหญิงที่ชื่อ “พิจิกา จิตตะปุตตะ” ซึ่งสวมบทร้องนำ
หลายปีที่ว่า ผ่านมาแล้ว และวันนี้ นามของ DooBaDoo ก็อาจจะหายไปจากวงการ เหลือเพียงไว้แต่ความโด่งดังของเพลง “ไม่ใช่ผู้ชาย” ที่ยังคงมีคนคิดถึง และนำมาเปิดให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ.. ขณะผู้ชายยังคงเวียนวนอยู่ในแวดวงคนเบื้องหลังซึ่งทำเพลงให้กับศิลปินอีกมากมายอยู่เรื่อยๆ กับผู้หญิง ก็ยังคงยืนอยู่ในบทเดิมที่เธอเคยคุ้นและเราคุ้นเคย อย่าง การเป็นเบิ้องหน้าใช้เสียงเพื่อเปล่งออกมาเป็นบทเพลง
พิจิกา ที่มีชื่อเล่นเรียกว่า “ลูกหว้า” ยังคงมีผลงานออกมาอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นในรูปของเพลงพิเศษในอัลบั้มพิเศษ หรือเพลงประกอบหนัง ประกอบละคร ก็แล้วแต่โอกาส ถึงกระนั้น เมื่อโอกาสใหญ่มาถึงอีกครั้ง เธอก็พร้อมรับกับการทำอัลบั้มของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้มีเธอออกเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว
ก่อนหน้าที่ ลูกหว้า จะเข้าสู่วงการนักร้อง เธอก็มีก้าวแรกมาจากการ ร่วมร้องประสานเสียงในชมรมดนตรีของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (C.U. Band) แล้วด้วยความทื่ชื่อชั้นของนักร้องในวงๆ นี้ มักจะได้รับการส่งไม้ต่อให้เข้าสู่วงการดนตรีได้มากมายหลายคน ลูกหว้า ก็ไม่พลาดที่จะเป็นหนึ่งในนั้น และค่อยๆ ฉายแวว ความน่าจะไปได้สวย ผ่านการแสดงละครเวทีบ้าง ผ่านการอ่านสปอตบ้าง เพลงประกอบโฆษณาบ้าง มาจนถึงการร้องเพลงประกอบละครหรือหนัง และเป็น Back Up ร้องคอรัสให้กับศิลปินมีชื่ออีกมากมาย ซึ่งทำให้เธอได้ฉายแววเด่นอยู่เรื่อยๆ
มาจนถึงปี 2548 นั่นแหละที่ชื่อของเธอผลักดันมาถึงขีดสุด กับการออกอัลบั้มในนาม DooBaDoo แม้จะมีเพลงฮิตๆที่โด่งดังแค่เพลงเดียวก็ตามที
แต่ในตอนนี้ กับปี 2555 ชื่อของ ลูกหว้า จะไม่ได้ต่อท้ายด้วยคำว่า ดูบาดู อีกต่อไป และจะกลายเป็นชื่อจริง “Pijika” นี่เอง ที่จะเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในฐานะนักร้องเดี่ยว อย่างเป็นหลักเป็นฐานเสียที
Pijika อัลบั้มเดี่ยวชิ้นแรกของลูกหว้า ยังคงมาพร้อมความเป็นเพลงแนว Pop ที่ฟังได้สบายๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีภาคดนตรีอื่นๆ อีกหลากหลายสอดใส่เข้ามา สร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้เพลงของเธอยังคงติดตลาด แต่มีรายละเอียดที่ไม่คล้ายว่าออกมาแนวตลาดๆ จนเกินไป อย่างเพลงเปิดตัว single แรกที่ถูกปล่อยออกมาอย่าง “นิดนึง” ก็คงคอนเซปต์ที่แสดงความอ่อนหวานแอบแบ๊วไปตามเส้นเสียงของ ลูกหว้า แต่ส่วนดนตรีก็มีจังหวะโซลที่สนุกสนาน โดดเด่นอย่างมากในส่วนของเครื่องเป่าที่ถูกขับเน้น แสดงออกความเป็นเด็กน้อยอารมณ์ดี กับโลกแสนสดใส สอดประสานได้ตรงกับเนื้อหาที่เพลงว่าไว้
ในส่วนของอัลบั้มประกอบไปด้วย 13 เพลง ซึ่งถ้าไม่รวมกับ 3 เพลงที่เหมือนจะเป็นส่วนพิเศษที่ใส่เข้ามาเพิ่มเติมให้เห็นความหลากหลายของ ลูกหว้า ที่ร้องเพลงภาษาอังกฤษ ได้อินไม่แพ้ภาษาบ้านเกิดแล้ว ก็จะเหลือ 10 เพลงที่มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป
“ความรักฉันหายไป” ถ้าฟังแบบจับประเด็นเนื้อหา เหมือนจะเป็นเพลงรักผิดหวัง ของคนที่กำลังสูญเสียมันไป จึงออกตามหาไขว่คว้า ความรักที่เคยให้ไป ได้คืนกลับมาหาที่เจ้าของโดยด่วน! แต่ความเก๋มันอยู่ตรงที่ การใช้ดนตรี เป็นการขับเน้นอารมณ์ จังหวะให้รู้สึกยังมีเรี่ยวแรง มีพลังจะออกไปตามหา โดยไม่ทำออกมาเป็นเพลงช้ากล่อมเกลาความเศร้าเอาแต่จะจมปลักมันลูกเดียว แค่เพลงนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของเพลงที่ไม่ได้ฟังยาก แต่ก็ไม่ทำออกมาตามใจตลาดได้แล้ว.. “แอบเจ็บ” เคยเป็นเพลงเก่าของ “บอย-ตรัย ภูมิรัตน์” ที่คราก่อนก็เจ็บแบบแมนๆ กันไป เมื่อมาเป็นเสียงของ ลูกหว้า ก็เป็นความเจ็บแบบลูกผู้หญิงผู้อ่อนไหว แต่ด้วยการที่เพลงว่าด้วยเรื่องของงานเลี้ยง ซึ่งต้องมีอารมณ์สังสรรค์สนุกสนาน ก็มอบหน้าที่ให้ดนตรีแอบขัดแย้งมีจังหวะขับเร้าอารมณ์ชวนเต้นรำ ทำให้ใจหนึงก็จี๊ดอยู่นะ แต่ทำไงได้ นี่มัน ปาร์ตี้นะ.. “แฟร์ แฟร์” เพลงแอบง้อ แต่ว่าด้วยตรรกะ มีเหตุมีผล แบบผู้หญิงที่เข้าใจตามโลกความจริงที่คนทุกคนต้องมีสังคม และเมื่อฉันจะมีบ้าง ฉันก็มีสิทธิ์เหมือนที่ผู้ชายทำได้แหละน่า นี่เป็นเพลงที่สนุก ทั้งเนื้อเสียงของลูกหว้าที่ใส่อารมณ์ เฮ้ย นี่กำลังง้ออยู่น้า ตัวเอง และตัวดนตรี ก็เร้าใจ เร่งเร้าให้ผู้ชายหายงอนจนได้เถอะ.. “จิตใต้สำนึก” มีอารมณ์ที่แอบ Rock นิดๆ ดันมาด้วยทั้งส่วนดนตรีที่ใช้ กีต้าร์ เป็นตัวนำ และมีการ Lead ที่เป็นเอกลักษณ์แบบเพลงร็อค ส่วนเนื้อหาก็แอบ Hard Core หน่อยๆที่ว่ากันด้วย จิตใต้สำนึก ที่เจ็บปวด และสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่ทำร้ายตัวเอง เพลงนี้ ใช้บ่งได้ว่า ถ้า ลูกหว้า จะผันตัวไปเป็นสาวกชาวร็อคสักวันหนึ่ง ก็มีทางเป็นไปได้
“อยู่ๆก็มาปรากฏตัวในหัวใจ” เพลงแอบรักแบบน่ารักอ่ะ ซึ่งทำเป็นปฏิเสธสักเท่าไหร่ ยิ่งมีแต่ทำให้รักมากขึ้นๆ ทุกที เป็นเพลงที่อาจทำให้คนใจแอบดำ ถึงคราต้องสั่นคลอนด้วยความรู้สึกหวั่นไหวแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว จู่ๆ มันก็มาของมันเองซะอย่างนั้นแหละ.. “ช่วงเวลาที่ยากลำบาก” หลายคนคงมีอารมณ์ มีจังหวะเวลาที่เจอความรู้สึกแบบนี้ มันคือ ความเข้าใจว่ารักใครสักคนเข้าให้แล้ว แต่เราไม่ชัวร์ว่า เราจะเป็นฝ่ายที่รักเขาข้างเดียวหรือเปล่า จึงเกิดการตั้งคำถามที่ต้องการคำตอบขึ้นมา นั่นจึงเป็นเวลาที่ต้องลุ้นตัวโก่ง ว่าเขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน หรือมันอาจเป็นความอึดอัดของคนที่ตอบคำถาม หากมันไม่ใช่คำตอบเดียวกับที่คนฟังต้องการก็เป็นได้ เพลงนี้ฟังเอาซึมๆ ซึ้งๆ เก็บไปคิดคนเดียวก็ย่อมได้ แต่จะฟังเอาอารมณ์คึก พลุ่งพล่านไปด้วยความรู้สึก เอาวะ ก็ถือว่าเป็นไปได้เช่นกัน.. “มองฉันคนนี้” การตัดสินใครสักคน ต้องใช้หัวใจมองมากกกว่าจะเห็นด้วยตาอย่างเดียว เช่นเดียวกันกับเพลงนี้ที่ต้องการให้ใครต่อใครอย่าตัดสินแค่รู้สึกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วต้องเป็นได้แค่นั้นแค่นี้ คนๆ หนึ่งอาจจะมีอะไรมากกว่าที่เห็นจากเปลือก สิ่งที่เป็นแค่วัตถุนอกกาย ลึกๆ ภายในใจมีอะไรมากกว่าที่ใช้แค่ความรู้สึก และให้รักในสิ่งที่ข้างในนั้นเป็นกันเถิด.. “เหงาอยู่ดี” บางคนคงเจออารมณ์ที่ก็รู้นะว่า เราเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของใครบางคน แต่ลึกๆ กลับรู้สึกถึงคนๆนั้นกลับมองเหมือนเราไม่ใช่ข้าวของของเขาเลย นั่นจึงเป็นอารมณ์ที่เรียกว่า เหงาอยู่ดี คล้ายว่า ฉันก็ยัง โสด ดีๆ นี่เอง เพลงนี้นำเสนอความขัดแย้งกันระหว่าง ชายและหญิง ที่ฝ่ายหนึ่งบอกว่า ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก แต่ฝ่ายตรงข้าม ก็ยังยืนยันว่า ฉันมีแฟน ก็เหมือนไม่มี นั่นแหละ แต่ก็แอบทิ้งท้ายไว้ ให้เลิกรา ก็คงไม่เอาอยู่ดี ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงมีอารมณ์แบบนี้กันบ้างมั้ยครับ?
“ความรักดีๆ” จริงอย่างที่เพลงว่าไว้เลย ความรักดีๆ ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างขึ้นมา นี่คือการให้กำลังใจในทางหนึ่งสำหรับคนที่แอบนอยด์ว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ หน้าที่ที่เราต้องทำ ไม่ใช่ท้อ และโทษฟ้าโทษฝนว่าไม่ยอมส่งคนดีๆลงมาให้ มีแต่เดินหน้าตามหากันต่อไป จนกว่าจะเจอที่ใช่ นั่นแล.. “แสงสุดท้าย” จะเรียกว่าเพลงเก่าก็อาจไม่เชิงซะอย่างนั้น เพราะมีต้นฉบับมาจากงานในอัลบั้มล่าสุดของ “Bodyslam” แต่เพลงนี้ก็ถูกใส่เข้ามาในฐานะที่มี ลูกหว้า เป็นคนร้อง ใช้ประกอบในหนัง “วัยรุ่นพันล้าน” ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวของหนัง ที่ตัวเอกต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่ก็ยังคงมีความหวัง และความรักที่ทำให้เขายอมจะลุยจะเดินต่อไป ในเวอร์ชั่นหญิงร้องนี้ ย่อมได้ในแง่ความอ่อนโยนคืนกลับมา แต่ขณะเดียวกันด้วยพลังของเนื้อหาก็ยังปลุกพลังของคนฟังให้รู้สึกฮึกเหิมได้ดี ไม่แพ้กับเวอร์ชั่นมาดแมนแบบพี่ตูน เลย.. “กลัวเข้าใจผิด” เข้าใจว่าเพลงนี้คงให้อารมณ์ตลาดที่สุดแล้วในอัลบั้มนี้ เพราะทางหนึ่งก็มีไว้ใช้โปรโมตละคร “สามหนุ่มเนื้อทอง” ให้ติดตลาด เป็นที่นิยมชมชอบ แต่อีกทางก็คือ เพลงป๊อป ที่ไม่มีความแปลก ไม่มีลูกเล่น ไม่มีจังหวะจะโคนที่ดูขัดแย้ง แต่ให้เนื้อเสียงของ ลูกหว้า นำทาง และมันก็เป็นเพลงที่ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษหรอก แต่ความเพราะของนักร้องก็ยังตอบโจทย์ความน่าฟังได้อย่างดี แม้จะเป็นเพลงที่จงใจให้ง่ายและธรรมดาที่สุดก็ตาม
สำหรับคนที่ชอบงานแบบ Pop แต่ไม่ต้องทำตามความ Popular ทั่วๆ ไป ไปซะทุกกระเบียดนิ้ว นี่คืออีกหนึ่งงานที่อาจตอบโจทย์ของคุณได้ ..แต่ให้ลำพังแค่ฟังเสียงนักร้องอย่างเดียว ยังไงก็ถือว่า น่าสนใจมากพอแล้วล่ะ
Like Me @ http://www.facebook.com/Onc3.UPoN.a.MaN
And Follow Me @ http://twitter.com/once_upon_a_man
OncE UPoN’-‘a MaN

More About: พิจิกา ลูกหว้า เพลงรัก อัลบั้มเดี่ยว
More Stories in chic music
Related Stories in Chic Lifestyle
Recently Trending
Please wait..