
บทเพลงจากความจริง เรื่องจริงจากหน้าไมค์
08.06.12
เมื่อเอ่ยถึง “Club Friday” ถ้าคุณเป็นนักฟังวิทยุพันธุ์แท้ ก็คงจะรู้จักชื่อนี้กันดี ในฐานะรายการวิทยุที่ไม่เน้นเปิดเพลง แต่เน้นเปิดใจกับผู้ฟัง ที่ต้องการอยากจะใช้เวลาสักชั่วประเดี๋ยวในการได้ระบายความรู้สึกในใจ ความอัดอั้น ความกังวล พร้อมมีเพื่อนรับฟังคำปรึกษา เพื่อจะช่วยให้ชีวิตผ่านพ้น ณ จุดๆ นั้นไปได้
Club Friday เป็นรายการของทางคลื่น “Green Wave 106.5 FM” โดย “A-Time Media” จัดรายการโดย “DJ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” Big Boss แห่ง A-Time และ “DJ พี่อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” ระหว่างเวลา 3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่มของคืนวันศุกร์ ..สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องความรัก หรือชีวิต ก็โทรศัพท์เข้าไปขอรับคำปรึกษากันได้โดยตรงทางหน้าไมค์ เพื่อจะได้แชร์ความสุข แบ่งความทุกข์ ให้ร่วมกันรับรู้กับผู้ฟังคนอื่นๆ พร้อมร่วมกันค้นหาวิธีที่จะข้ามผ่านมันไปให้จนได้
และด้วยฐานะที่นี่เป็นรายการทางวิทยุที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในค่ำคืนวันศุกร์ และอีกทั้งเรื่องราวขีวิตของผู้คนที่ผ่านเข้ามาทายทักในรายการทางหน้าไมค์ ก็มีประเด็นที่น่าสนใจให้หยิบมาพูดถึงได้อีกซ้ำไปซ้ำมา แค่เพียงว่าอาจเปลี่ยนคนที่เจอเหตุ ..นี่จึงอาจเป็นที่มาของการนำเรื่องจริงมาตีแผ่สู่บทเพลงที่ออกแบบมาเพื่อเล่ามันได้อย่างเข้าใจง่าย ในอัลบั้มที่ใช้ชื่อเดียวกับรายการ “Club Friday : Base on True Story By เอิ้น พิยะดา”
ว่าแต่.. “เอิ้น พิยะดา” คือใครกัน? มาเกี่ยวอะไรกับ Club Friday นี้ได้ ..สำหรับเธอคนนี้ คือ นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ ที่ถือว่ามีชื่อเสียงในแวดวงคนทำเพลงอีกคนหนึ่งในเวลานี้ ซึ่งอาจจะเป็นในฐานะคนที่ยังมาใหม่ ใช้เวลาไม่กี่ปีในการสั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์ แต่ฝีไม้ลายมือของเธอผู้มีอีกหนึ่งอาขีพเป็นหมอทางจิตเวชคนนี้ ก็เป็นเจ้าของเพลงเพราะอยู่มากมาย อาทิเช่น “คำถาม” ของ “ท๊อฟฟี่”, “ฤดูรัก” ของ “ต่าย-ชุติมา”, “ทำไมต้องรักเธอ” ของ “คริส หอวัง” (Ft. อุ๋ย Buddha Bless)
การที่โปรดิวเซอร์ยังสาวผู้นี้ ได้รับโอกาสมาทำเพลงที่มีแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงนี้ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะถ้าระดับพี่ฉอดต้องการใครมาร่วมร่ายมนต์แห่ง สุขเศร้าเหงารัก ฉบับ Club Friday นี้ ต้องมีการคัดกรองมาแล้วว่า คนนั้นต้องทำให้มันเป็นเพลงที่เกาะกินหัวใจ ใครๆ ที่ได้ฟังอย่างง่ายดาย
แล้วผลที่ หมอเอิ้น ผู้นี้ได้ฝากเอาไว้ให้อัลบั้ม Club Friday ก็ถูกแบ่งสรรพื้นที่ และคัดเลือกเรื่องจริง เผยออกมาเป็น 10 Track ใน 1 อัลบั้ม ที่จับทุกๆ Target ที่ข้องเกี่ยวกับตลาดแห่งความรัก ไม่ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข หรือทุกข์หนักๆ จนใจจวนเจียนจะตาย อย่างที่ได้ยินกันบ่อยๆ ในรายการนั่นเอง
“วันสุข” เป็นเพลงเปิดอัลบั้ม ที่นำเอา Theme ที่เปิดให้ได้ยินกันสั้นๆ ก่อนเข้ารายการ มาขยายความให้กลายเป็นเพลงยาวๆ ได้อีกหนึ่งเพลง ซึ่งมีการ Featuring ความลั้ลล้า กันระหว่าง หนุ่มร่างท้วมเสียงนุ่ม “ป๊อป Calories Blah Blah” และ “หนูนา-หนึ่งธิดา” ที่ต่างก็เป็นเจ้าของเสียงเสนาะหูที่น่าฟังกันทั้งคู่อยู่แล้ว จึงสบายมากที่จะทำให้เพลงนี้เป็นเพลงผ่อนคลายอารมณ์ที่น่ารักดี และยังเป็นเพลงที่สรุป Theme ของรายการ Club Friday ได้อย่างลงตัวด้วยภาษาทางเพลงที่จับต้องกับชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งต้องมีช่วงเวลาที่อยากรับฟังเรื่องราวของกันและกัน ไม่ว่ามันจะเป็นควาททุกข์หรือความสุขก็ตามที ... “เจ็บแต่จบ” ผลงานการร้องที่บาดอารมณ์ได้อีก โดย “อ๊อฟ-ปองศักดิ์” เจ้าของเดียวกับ “แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ” เพลงอกหักที่เคยเป็นข่าวหน้าหนึ่งว่ามีคนจะฆ่าตัวตายเพราะฟังแล้วอินเกิน! ซึ่งก็ไม่ต้องกลัวว่าคุณภาพของเพลงนี้จะไม่เสียดแทงหัวใจ เพราะแค่เสียงคุณภาพก็กินขาดแล้ว แต่เนื้อหาก็ยังชวนเจ็บ เรื่องจริงก็ชวนจี๊ด เมื่อคนที่รักกันอยู่ดีๆ ในวันหนึ่งกลับมีข่าวว่าเพิ่งสูญเสียคนรักตัวจริงไปแบบไม่มีวันกลับมา ความสงสัยคือ แล้วเราที่รักเขาคนนั้น คือใคร มีหน้าที่คืออะไรกันแน่ และตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ฉันเป็นอะไรในหัวใจเธอ? ฟังแล้วอาจเจ็บ แต่อย่าจบชีวิตเพราะเพลงจะดีที่สุด! ... “คนไม่น่าสงสาร” สาวแว่นตัวเล็กเสียงหวาน “แอน-ธิติมา” มาพร้อมกับเพลงแอบรัก แอบเจ็บ ที่ต้องปกปิดความไม่เป็นอะไรผ่านการแสดงออกที่มีความสุข ซึ่งใครที่เคยประสบภาวะแบบนี้ในชีวิตมา คงรู้ดีว่ามันหนักอึ้งขนาดไหน! แล้วยิ่งเรื่องจริง คือ เพื่อนกัน แต่ได้เสียกัน แล้วฝ่ายสาวก็กลายเป็นคนตั้งท้อง พร้อมคลอดพยานรักออกมาต่อหน้าต่อตา เรื่องเจ็บปวดคือ การต้องปกปิดความจริงว่าลูกคนนี้ คือ ลูกของเพื่อนรัก เพราะเพื่อนรักคนนี้ก็มีใครอีกคนที่ต้องดูแลอยู่แล้ว! ..อันนี้ เรียกว่าเจ็บทั้งกาย และเจ็บกระดองใจ มาแบบเป็นแพ๊คคู่!
“คนที่เธอไม่ยอมรับ” จากอดีต Boyband รุ่นแรกๆของวงการเพลงไทย ในวันนี้ หนึ่งในหกของ “U.H.T.” อย่าง “เอก-เอกชัย” ก็ได้ grand opening ไปแล้วเรียบร้อยว่าเขาคือ เจ๊ “เอกกี้” และในฐานะที่ตัวเธอก็เป็น DJ ทางคลื่น Green Wave อยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะดึงตัวให้มาเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มนี้ด้วย ผ่านบทเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องของคนที่ถูกบอกว่ารัก แต่คนที่เรารักไม่อยากเปิดเผยว่าเราเป็นอะไรกับเขา มันเจ็บตรงที่เขารัก แต่เราไม่ได้เกียรติให้ยืนอยู่ข้างกัน แล้วตกลงความสัมพันธ์นี้ คืออะไรกันแน่? สำหรับเพลงนี้ ไม่ได้กะให้อินเฉพาะคนที่มีรักร่วมเพศ หากจะเอามาใช้ในประเด็นของรักต่างเพศ ก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะไป ... “กลัวเธอได้ยินว่ารัก” อีกหนึ่งเพลงที่เป็นการ Featuring ของคนสองคน ระหว่าง “เป้ วง Mild” เสียงนุ่ม และ “หมอเอิ้น” ที่ขอโชว์เสียงร้องที่ออกจะน่ารักดูบ้าง เรื่องราวของเพลงนี้ ก็คงเป็นสิ่งที่ คนแอบรัก ทั้งหลาย กำลังทำอยู่ คือ การพยายามทำตัวกลมกลืนอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่อาจเอื้อมด้วยการบอกว่ารักนะ เพราะเกรงว่าถ้ามันไม่ใช่ นั่นคือการจบคำว่าเพื่อนในที่สุด ในฐานะของคนเคยแอบรัก ที่ผมเคยเป็น เห็นด้วยกับเพลงนี้สุดแรง! ... “หยุดบอกเลิกกันเสียที” สองสาวเสียงมหาเมพเทพขิงๆ “นิว+จิ๋ว” มาพ่นไฟในท้องเรื่องความรัก ที่คนสองคนรักกันหมดหัวใจก็รู้กันอยู่ แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ยืนยันว่า มันจะเป็นการดีกว่า ถ้าเราเลิกกัน เพื่อคุณจะได้ไปเจอคนใหม่ที่ดีกว่า ความโดดเด่นของเพลงนี้ไม่ใช่แค่เสียงร้องเท่านั้น แต่ background ของเพลงที่กระชากอารมณ์ด้วยความ Rock ก็ถือเป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนในผลงานของสองสาวนี้ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่ง Hi-light ที่ต้องแนะนำของอัลบั้มนี้ไปโดยปริยาย
“ฉันรักไม่พอ หรือเธอขอมากไป” หนึ่งหนุ่มผู้เป็นแชมป์แห่งบ้าน The Star “กัน-นภัทร” ก็ถูกดึงมาร่วมงานด้วย สำหรับเพลงนี้ ความเจ็บปวดมันอยู่ตรงที่ เรายังรักกัน แต่ขณะเดียวกันเราก็เหนื่อยไปพร้อมๆ กัน เพียงเพราะคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่ามันยังน้อยไป มันยังไม่ใช่ความรักที่ต้องการ ซึ่งถ้ามันเป็นเรื่องที่เรารู้ว่าเราพลาดก็คงจะรู้ว่าต้องแก้ไข แต่ถ้าเรานี่แหละเป็นคนที่ใส่มันอย่างเต็มที่จนสุดแล้ว หากเขาคนนั้นยังเรียกร้องให้มากขึ้นไปอีก มันคงเหนื่อยการที่จะทำอะไรได้ต่อ นอกจากเราเป็นฝ่ายขอลาเสียก่อน .. “เธอไม่ยอมปล่อย หรือฉันไม่ยอมไป” อีกหนึ่งเพลงที่มาพร้อมสองทางเลือก ซึ่งขัดแย้งกันเอง นี่เป็นงานเพลงชิ้นแรกหลังออกมาจากบ้านย่านลาดพร้าว ของสาว R&B เสียงชวนเคลิ้ม “ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์” ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่การก้าวเท้าเข้ามาสู่ย่านอโศกเต็มตัว แต่ก็เป็นการเกริ่นๆ ที่น่าต้อนรับดีทีเดียว ในเรื่องราวก็ยังมิพ้นที่เจ็บเพราะความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของใครอีกคน ซึ่งเป็นในกรณีของคนที่เหมือนทำท่าว่าจะเลิกกันแล้ว แต่ยังอุตส่าห์ไม่ยอมปล่อยมือจากเรา เป็นการปล่อยให้เราคิดไปเองเออไปเองว่า เรายังรักกันอยู่ มันเป็นความทรมานที่ไร้สุขจริงๆสำหรับเรื่องแบบนี้ ... “จดหมายจากความเหงา” พี่ “ป๊อด Moderndog” ในภาค Rock หรือ พี่ “ป๊อด Boyd-Pod” ของคนโรแมนติก ไม่ว่าจะแนวไหนแต่ก็เป็น พี่ “ป๊อด” เดียวกันที่ทำให้เพลงนี้ ไม่ใช่เพลงเศร้า เป็นเพลงช้าที่ให้จังหวะเวลาแห่งความรู้สึกดีรายล้อม ทำให้เหล่าคนโสดได้สติรู้ตัวว่า โสด ไม่ได้หมายความต้องเศร้า แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้ และต้องอยู่แบบมีความสุข เพื่อรอคอยชีวิตที่เลิกเหงาในสักวันที่ต้องมาถึง เป็นเหมือนบทสรุปของความเศร้าทั้งหลายที่แล้วมาในอัลบั้มนี้ ให้มาจบกับการเปี่ยมปิติไปด้วยความรู้สึกดีๆ ที่จะก้าวข้ามผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ มันไปให้จนรอด ... อีกหนึ่งเพลงที่เหลือ คือ เพลงพิเศษ “เพลงของเรา” ซึ่งขับร้องโดยโปรดิวเซอร์ หมอเอิ้น ที่เหมือนเป็นการพูดถึงความเป็นตัวเอง บรรยายตัวตนที่เธอเป็นในฐานะของคนแต่งเพลง แม้จะไม่ได้จับต้องกับ Themeใดๆ ของ Club Friday แต่ถ้านั่นเป็นการให้โอกาสพิเศษ แทนคำขอบคุณจากพี่ฉอดสำหรับอัลบั้มนี้ ก็ถือว่าเพลงนี้ เป็นกำไร และได้ที ก็ขอปลดปล่อยความเป็น หมอเอิ้น ได้อย่างน่ารักทีเดียว
10 เพลงจาก Club Friday เป็นงานเพลงที่รวมศิลปินหลากแนว มากความสามารถ มาเจอกัน พร้อมๆกับการเล่าเรื่องอย่างรวบรัดตัดตอน สรุปเหตุการณ์ที่แล้วๆมาในรายการทางวิทยุ สุดฮิต ในคืนวันศุกร์ ที่แสนสุขของทุกๆ คน ได้อย่างลงตัว และน่าฟัง ..นี่อาจเป็นอัลบั้มที่ไม่ได้ตอบโจทย์ความคุ้มค่าสำหรับแฟนเพลงของนักร้องผู้ใดผู้หนึ่งในอัลบั้มนี้ แต่ถ้าคุณเป็นแฟนของ Club Friday พันธุ์แท้ หรือคุณเป็นคนที่ชอบเพลงเพราะโดยไม่สนว่าจะมาจากสถานการณ์ไหนๆ นี่คือ อัลบั้มที่ไม่ควรพลาด
Like Me @ http://www.facebook.com/Onc3.UPoN.a.MaN
And Follow Me @ http://twitter.com/once_upon_a_man
OncE UPoN’-‘a MaN

More Stories in chic music
Related Stories in Chic Lifestyle
Recently Trending
Please wait..