
ในวงการมายาระดับโลก
22.05.13
คำกล่าวที่ว่า “แมวเก้าชีวิต” แล้ว อาจจะกล่าวได้กับบุคคลใดๆที่ชีวิตอาจพานพบกับประสบการณ์เฉียดความตาย แต่สุดท้ายก็รอดมาได้เหมือนมีปาฎิหาริย์ เปรียบคล้ายกับ แมว ที่ถึงต่อให้เราจะปล่อยให้มันตกตึก หรือมันพลาดตกลงมาเอง แต่เมื่อถึงที่พื้นเมื่อไหร่ มันจะใช้ความสามารถบางอย่าง นำพาชีวิตมันให้รอดตายจนได้ เขาถึงได้เรียกว่า แมวเก้าชีวิต
แต่ก็ไม่ได้หมายความจะต้องใกล้ตาย แล้วถึงจะใช้คำนี้ได้เท่านั้น เพราะสำนวนนี้มันยังมีไว้ใช้กับบุคคลที่เคยพานพบกับจุดตกต่ำที่สุดในชีวิต จนแทบมองไม่เห็นทางว่าจะลุกขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง หากเหมือนว่าความพยายามบางอย่างของคนๆนั้น จะนำพาปาฎิหาริย์เข้ามาในชีวิต และทำให้เขาพาตัวเองกลับมาตั้งต้น และสู่จุดสูงสุดจนได้
Movie News ครั้งนี้ ขอนำเสนอสกู๊ปพิเศษ ว่าด้วยเรื่องของ แมวเก้าชีวิต ในวงการมายาระดับโลก เขาหรือเธอเหล่านี้ เคยได้ชื่อว่าเป็น แมวเก้าชีวิต มาแล้วทั้งนั้น แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคนเหล่านี้ ที่ทำให้เขากลับมาเป็นที่ยอมรับอย่างสง่าผ่าเผยได้อีกครั้ง...
“Sandra Bullock”
สตรีนางนี้ที่สร้างชื่ออย่างโด่งดังมาจากหนังแอ๊คชั่นมันส์นันสตอป “Speed” ในปี 1994 เป็นเจ้าของผลงานที่ได้ชื่อว่าเน้นเอาใจตลาดซะมาก ทั้งๆที่ฝีมือการแสดงของเธอก็เก่งกาจไม่เบา.. มันน่าประหลาดใจที่ในเครดิตของเธอ ได้เล่นหนังที่หลากหลายแนวเอามากๆ ไม่ว่าจะซีเรียสหรือรีแล็กซ์ก็เจอมาหมด แต่ไม่ยักกับมีหนังเรื่องไหนที่ทำให้เธอจะกลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ที่โดดเด่น จนมีผลงานดีๆหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
แต่ช่วงเวลาทศวรรษ 2000 ถือเป็นช่วงเวลาที่หางานที่เสริมบารมีให้เธอแทบไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นนางงามขาบู๊ “Miss Congeniality” ที่ภาคแรกอาจเป็นหนังทำเงิน แต่มันก็เป็นหนังที่เธอไม่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีซะเท่าไหร่ (แถมมีภาคสองตามมาในปี 2005 ยิ่งแป้กหนักทุกทาง) หรือการกลับมาเจอกับ “Keanu Reeves” อีกครั้ง ใน “The Lake House” หนังรักที่นำ “Il Mare” จากเกาหลีมารีเมค ซึ่งถูกสับเละที่อาจหาญมาทำเป็นเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดเสียได้ และยังไม่นับกับหนังอีกหลายเรื่องที่ได้ชื่อว่าเป็น หนัง(ฟอร์มงาน) เกรด B ไปเลย ที่คนดูมองเมิน ไม่ว่าจะเป็น “Murder by Numbers” หรือ “Premonition” ที่พากันส่งเธอลงเหว ดับพลังดาราค่าตัวสูง จนกลายสภาพเหลือแค่เป็นนักแสดงทั่วๆ ไปคนหนึ่ง ที่มีหนังให้เล่นเรื่อยๆ
อาจด้วยความที่เธอเข้าใจแล้วว่า การตัดสินใจเลือกรับงานของเธอ มีส่วนต่อการเสื่อมความนิยม นั่นจึงทำให้ปี 2009 ถึงจุดหักเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อมีบทแม่เลี้ยงใจงาม ส่งมาถึงมือของเธอ และเธอก็รับเล่น โดยหารู้ไม่ว่ามันจะเป็นบทบาทที่ส่งให้เธอประสบความสำเร็จในแง่นักแสดงคุณภาพ กับการคว้าออสการ์ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากหนัง “The Blind Side”..ไม่ได้ Lucky ในเวทีรางวัลเท่านั้น แต่อีกหนึ่งผลงานในปีเดียวกัน ผลงานโรแมนติก-คอมเมดี้ “The Proposal” (ประกบหนุ่ม “Ryan Reynolds”) ก็เป็นการคืนบัลลังก์ นักแสดงหนังทำเงิน ได้อีกครั้ง เมื่อรวมทั่วโลกนับถึงหลัก 300 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว ..นับจากจุดนั้น ถึงวันนี้ แซนดรา ก็ได้ชื่อว่าเป็นดาราที่รอบคอบกับการเลือกงาน โดยรับได้ทั้งงานซีเรียส และรีแล็กซ์ แต่ขอให้เป็นงานที่ได้ใช้ฝีมือเป็นพอ
“Robert Downey Jr.”
นาทีนี้คงไม่ต้องถามว่า เขาคนนี้ ดังมากกกกกกกแค่ไหน แต่เรามาย้อนดูอดีตที่น่าศึกษาของหนุ่มวัย 48 ผู้นี้กันดีกว่า ว่ามาถึงจุดนี้ ในวันนี้ได้ เขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง
นักแสดงชายฝีมือฉกาจ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้มีโอกาสไปเยือนเวทีออสการ์ จากหนังอัตชีวประวัติของตลกใบ้ผู้ยิ่งใหญ่ “Chaplin” ในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม เมื่อปี 1993 แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตนักแสดง และชีวิตจริงของเขาก็เข้าสู่ภาวะลุ่มๆ ดอนๆ แสดงหนังก็ไม่ได้ดังกว่าเดิม มีแต่จะลดระดับความสำคัญจากตัวเอก กลายมาเป็นสมทบ แต่ที่หนักที่สุดของชีวิต คือ การที่ถูกตำรวจจับในข้อหามึนเมา และมีสารเสพติดในครอบครอง ช่วงเวลานั้นคือ ยุคมืด เพราะเขาลุ่มหลงกับการเสพยาเสียจนเสียผู้เสียคน นานหลายปี อันส่งผลชีวิตนักแสดงต้องเป็นอัมพฤตไปด้วย กว่าจะตั้งตัวกลับมาเป็นปกติได้ ก็ด้วยสำนึกถึงความผิดพลาดที่ทำร้ายตัวเองล้วนๆ
หลังจากผ่านพ้นยุคมืดมาได้ เขาก็พยายามจะกลับมาเป็นนักแสดงที่ดีอีกครั้งให้ได้ แม้โอกาสที่ได้รับจะเป็นในเชิงตัวประกอบในหนังก็ตามที เขาก็ยังขอรับ กระนั้นเขาก็เริ่มจะกลับมาขอซื้อใจจากฮอลลีวู้ดอีกครั้ง ด้วยการเป็นตัวขโมยซีนที่โดดเด่นในหนังหลายๆเรื่อง แล้วในที่สุดก็ได้โดดเข้าใส่บท “Tony Stark” หรือ “Iron Man” ซูเปอร์ฮีโร่สุดกวน และกลายเป็นจุดพลุแตกที่ดังที่สุดในชีวิตของเขา แถมในปี 2008 ก็มีอีกหนึ่งการแสดงที่เข้าตากรรมการ จนเข้าชิงออสการ์สมทบชายยอดเยี่ยม จากหนังตลกเสียดสีโลกมายา “Tropic Thunder” นี่ยังไม่รวมกับมีอีกหนึ่งหนังแฟรนไชส์ที่กลายเป็นหน้าตาของเขาไปแล้วอย่าง “Sherlock Holmes” ที่ทำให้นาทีนี้ เขาคือ นักแสดงชายวัยกลางคน ที่ถูกจีบให้ไปร่วมงานมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวู้ดไปเรียบร้อย
“Nicolas Cage”
นี่คือ นักแสดง ที่เหมาะสมกับฉายาแมวเก้าชีวิต ได้ในทุกยุคทุกสมัย.. เพราะชีวิตการแสดงของเขามันช่างโลดโผนโจนทะยาน ประเภทขึ้นก็ขึ้นอย่างสวย แต่ต้องลงก็เอาให้ลึกสุดขั้ว แล้วมันก็สวิงยึกยักอย่างนี้มาตลอด
หากย้อนไปถึงยุคเริ่มแรกแสดงหนังของพระเอกนัยน์ตาเซื่องซึมผู้นี้ ผลงานที่สร้างชื่อคงไม่พ้น “Moonstruck” หนังที่เขาได้ร่วมงานกับนักร้องสาวเสียงสุดพลัง “Cher” ในปี 1987 แล้วหลังจากนั้น ทั้งๆที่มีผลงานอยู่เรื่อยๆ ก็ไม่มีหนังเรื่องไหนที่ได้ชื่อว่าเป็นงานที่ฉายแววเด่น มันนิ่งอึง จนมาถึงปี 1995 ก็ไปได้บทโดนๆในหนัง “Leaving Las Vegas” ที่ได้ใจกรรมการไปมาก จนถึงขั้นคว้าออสการ์ตัวแรกในชีวิตมาได้ แล้วหลังจากนั้นก็กลายเป็นยุคที่ นิโคลัส เน้นรับบทพระเอกหนังบู๊ที่ร่างกายไม่สันทัดแต่ใจสู้ตาย อย่างเช่น “The Rock”, “Con Air” หรือ “Face/Off” จนถึงต้นทศวรรษ 2000 เขาก็สนใจกลับมารับบททางดรามาอีกครั้ง จนมีโอกาสได้ชิงออสการ์ตัวที่สอง จากบทที่ต้องเล่นเป็นฝาแฝดใน “Adaptation”
ก็ดูเหมือนจะราบรื่น ราบเรียบ ไม่น่ามีสะดุด แต่พอเผลอมารับบทในหนังทริลเลอร์กับการหักมุมที่สุดจะรับไม่ได้อย่าง “The Wicker Man” ก็เข้าสู่ยุคสวิงของนิโคลัส ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเดาไม่ถูกว่าแกคิดอะไรอยู่ (หรือไม่ได้คิดอะไรเลย) เราจะได้เห็นการรับบทเป็นนักตะลุยปริศนาช็อกโลกใน “National Treasure” (ทั้งสองภาค) ที่สนุกสนานดี สลับกับการเล่นหนังไซไฟที่ทรงผมฆ่าพี่ท่านเองอย่างอนาถใน “Next” แล้วก็ยังทำร้ายตัวเองด้วยการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูแก่ชราที่สุดใน “Ghost Rider” (ทั้งสองภาค) พอสาแก่ใจ ก็กลับมาหาบทดีๆเล่นในหนังตำรวจเลว “The Bad Lieutenant” และได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่อีกคน ที่ชวนให้ตกหลุมรักใน “Kick-Ass” ก่อนจะเริ่มเบื่อ ผันไปหาบทพ่อมดเลอะๆใน “The Sorcerer’s Apprentice” และไปรับเล่นหนังเกรดบี น่าจับลงแผ่น ไม่ต้องฉายโรง แบบติดๆกันไป เช่น “Drive Angry”, “Trespass” และ “Stolen” ..เชื่อหรือยัง ว่าพี่คนนี้ แกมีชีวิตการแสดงที่โลดโผนเสียจริงๆเลย!!
“John Travolta”
นึกถึงแมวเก้าชีวิตอันดับต้นๆ ในฮอลลีวู้ด เชื่อว่าหลายคนจะมีชื่อนี้ ขึ้นมาในหัวเป็นรายแรกๆ เขาคือ พระเอกที่โด่งดังจากหนังมิวสิคัล “Greese” และเต้นลืมโลก ใน “Saturday Night Fever” กับชีวิตในวงการอย่างยาวนาน 30 ปีที่มีทั้งรสสุขและรสทุกข์ ปะปนกันไป
ณ จุดแจ้งเกิดความโด่งดัง ที่ได้รับการบริหารเสน่ห์ในแง่การออกท่าออกทาง การ Movement ที่ไหลลื่นอย่างน่าดูงาม เขาก็ถูกผลักดันมาเล่นหนังทางสนุกสนาน เน้นขำขัน ซึ่งก็มีทั้งหนังที่ไปได้ดีเลิศ และก็ดังแป้ก หมุนเวียนกันไป อย่างหนึ่งในงานที่เป็นหนังมีภาคต่อซึ่งเป็นที่ทำให้มีคนรู้จักเขาไปทั่วทั้งโลก ก็คือ “Look Who’s Talking” (เรื่องของเด็กทารกเพิ่งลืมตาดูโลกที่จู่ๆก็พูดได้แบบคล่องป๋อ) และงานแจ้งเกิดของ “Quentin Tarantino” ใน “Pulp Fiction” ก็มี จอห์น เป็นหนึ่งนักแสดงดังในนั้น.. ในช่วง 1900s ได้มาพร้อมกับยุคที่มีผลงานโดดเด่นเข้าตาคนดูอยู่หลายเรื่อง อาทิ “Get Shorty” ,“Broken Arrow”, “Phenomenon”, “Face/Off” มีความต่อเนื่องที่ทำให้เขากลายเป็นที่นิยมเรียกใช้บริการของฮอลลีวู้ด ได้กับหนังทุกแนวไม่มีเกี่ยง
จนกระทั่งถึงปี 2000 ความพลาดผิดครั้งเดียวก็ทำเอาชื่อเสียงสั่นคลอนครั้งใหญ่ เมื่อรับเล่นหนังไซไฟ “Battlefield Earth” หนึ่งในหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ว่าย่ำแย่แบบครองใจคอหนังตลอดกาล ที่ทำเอา จอห์น เซจนมึน และเปลี่ยนเขาในต้นยุค 2000 ให้กลายเป็นนักแสดงที่เจอหนังแป้กติดๆกัน กระหน่ำเข้ามา กว่าจะกลับมาตั้งตัวได้อีกที ก็เข้าสู่ปี 2007 ที่เป็นปีดีๆที่ได้ประสบความสำเร็จไปกับ “Wild Hogs” และ “Hairspray” เรื่องหลังคือหนังที่ให้จอห์นกลับมาร้องเพลงแบบเต็มตัวอีกครั้ง (แต่ครั้งนี้ต้องเล่นเป็น ผู้หญิงร่างอ้วน ไม่ใช่ กระเทย แต่เป็นผู้หญิงจริงๆ).. แม้ในยุคนี้ จอห์น จะมีทั้งหนังดี และไม่ดี ให้ได้เห็นปะปนกันไปเรื่อยๆ แต่อย่างน้อย เขาก็อาจจะได้ชื่อว่า เป็น แมวเก้าชีวิต ที่ฮอลลีวู้ด ยังต้องการตัวอยู่เสมอ
นี่คือ ตัวอย่างชั้นดี ที่เป็น แมวเก้าชีวิต ตัวจริงของฮอลลีวู้ด.. ก่อนจบ อยากจะบอกว่า ความสำเร็จไม่มีฟลุค ทุกอย่างล้วนมาจากการได้รับโอกาสที่ดี และตั้งใจใช้โอกาสนั้นมาเปลี่ยนชีวิตเราให้ดีขึ้น ทุกอาชีพก็สามารถจะเป็นแมวเก้าชีวิตได้ แต่อย่ารอแค่ให้มีปาฎิหารืย์มาเกิดกับเราตรงหน้า หากต้องพาตัวเราไปเจอปาฎิหารืย์ถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และมีคุณค่า.. ขอให้ Chicster ทุกท่านโชคดีกับการมีชีวิต และใช้ชีวิตให้สุดแรงนะครับ
Like Me @ http://www.facebook.com/Onc3.UPoN.a.MaN
And Follow Me @ http://twitter.com/once_upon_a_man
OncE UPoN’-‘a MaN

More Stories in movie news
Related Stories in Chic Lifestyle
Recently Trending

Please wait..