Email

Men in Black 3

Men in Black 3

ชุดดำรำลึก

by OncE  UPoN '-' a Man


ล่วงเวลามาแล้ว 10 ปี กับวัยวุฒิของคนที่เพิ่มมากขึ้น ตัวละครในหนังก็ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับอาวุโส ส่วนคนดูก็พัฒนาวัยจากที่เป็นเด็กน้อยกระจองอแง กลายมาเป็นมนุษย์ร่างใหญ่เต็มตัว ..วันเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน รู้สึกตัวอีกที ก็โตแล้ว (เราจะไม่พูดคำว่า แก่ มันดูไม่ดี หุหุ)
 

ปี 2002 คือ ครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกับ บุรุษหนุ่มสองคน ที่มาพร้อมสูทตัวหล่อสีดำ และเครื่องลบความจำขนาดพกพา ที่เป็นอาวุธคู่ชีพในชีวิตการทำงาน พวกเขามีชื่อเรียกว่า “Men in Black”

“Agent K” และ “Agent J” คู่หูคู่ฮา (ที่บางอารมณ์ก็เป็นคู่กัดเบาๆ) ที่อาจจะจัดว่าเป็นอีกหนึ่งคู่ตัวละครสุด (ทีม) เวิร์คในโลกภาพยนตร์ หวนกลับมาสู่วงการฮีโร่ผู้พิทักษ์อีกครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากหายหน้ากันไปนานสองนาน


“Men in Black 3” ก็ยังคงไว้ลายเก๋า มาพร้อมกับ platform เก่าที่เป็นสูตรไม่ลับ แห่งความสำเร็จของหนังทั้งสองภาคแรก ซึ่งต้องดึงเอาสองตัวละครนำมาเกี่ยวพันกับภารกิจพิทักษ์จักรวาล ซึ่งอีรุงตุงนังอยู่กับการปรามเอเลี่ยนที่หวังจะยึดครองโลก แม้จะดูเป็นงานยากเย็นแสนเข็ญอย่างไร แต่ในที่สุด เจ้าก็อย่าได้หวังไปเลย เพราะองค์กร MIB เขามีเอาไว้ชนะเอเลี่ยนทุกตัวผู้มาเยือนบนโลกนี้ ไม่ว่าจะมาไม้ไหน ก็อย่าได้แอ้ม!!


สูตรเดียวกันที่ใช้ในสองภาคก่อน เมื่อมาสู่ภาคนี้ ก็จะออกมาประมาณว่า... Agent K และ Agent J ก็ยังคงเป็นมือหนึ่งของ MIB ที่ไว้ใจได้ ยังคงทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพ แม้ว่าการเป็นเพื่อนร่วมอาชีพกันของคนคู่นี้ จะยังคงเหมือนมีหมอกจางๆ และควัน ปิดกั้นความเข้าถึงจิตใจของอีกคน โดยเฉพาะ K ที่ใช้ความเป็นจารชนหน้าตาย ปกปิดอะไรเอาไว้จนยากจะหยั่งรู้ได้


แต่แล้วความลับที่เป็นปมในอดีตของ K ก็ได้รับการเปิดเผย เมื่อมีอดีตศัตรูคู่อาฆาต “Boris the Animal” หลุดพ้นจากการกักขังในคุกอวกาศบนดวงจันทร์มาได้ เพื่อจะล้างแค้นในสิ่งที่ K เคยทำเอาไว้ ครั้ง 40 ปีที่แล้วมา.. โดยแผนการของมันก็คือ การย้อนเวลากลับไปวันวาน วันนั้นเมื่อ 40 ปีก่อนหน้า เพื่อเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ พร้อมกับการไล่ล่าตามฆ่า K ไม่ให้มีลมหายใจจนถึงปัจจุบัน


ซึ่งถ้าแผนการของมัน สำเร็จ แน่นอนว่าได้ความสะใจ จากการล้างแค้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือ โลกมนุษย์ จะกลายไปเป็นของ Boris the Animal ได้รับความสุขใจที่จะทำอะไรก็ได้กับโลกใหม่ของมัน
แม้จะมีพลอตของการย้อนเวลาไปวันวาน และการสะสางบัญชีเก่าเก็บ ที่แตกต่างไปจากภาคก่อนๆ แต่ถึงที่สุด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แผนการลำดับแรกของตัวร้ายในเรื่อง คือการได้ครอบครองโลก และหน้าที่ของ จารชน MIB ที่ Agent J และ Agent K (เวอร์ชั่นยามหนุ่มแน่น) ต้องจัดการ ย่อมก็คือ พิทักษ์โลกใบนี้ ให้พ้นมือจากเหล่าทรชนคนพาลจนหัวหดกลับบ้านเก่าแทบไม่ทัน
 

Men in Black 3 ยังคงเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับจากสองภาคแรก “Barry Sonnenfeld” ที่รายนี้ก็ถือว่าร้างลาจากวงการจอเงินไปนานพอสมควรเหมือนกัน หลังจากหนังเรื่องที่แล้ว “RV” (ซึ่งนำแสดงโดย “Robin Williams”) ไม่ได้รับความใส่ใจซะเท่าไหร่... ซึ่งการได้กลับมาหากินบุญเก่า ก็อาจจะเป็นอะไรที่ง่ายดาย และเซฟชีวิตได้ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้ามองในแง่ดีว่า มันคือหนังที่สร้างชื่อของเจ้าตัว พร้อมๆ กับเจ้าตัวก็เคยทำหนังเรื่องนี้ออกมาได้ดี จนได้รับการชื่นชม (ครั้งที่เป็นภาคแรกแน่นอน) ก็ไม่น่าค้อนใส่ในประเด็นนี้


แล้วก็ด้วยความที่มือมันคุ้นเคยอยู่ รู้ทางที่ตัวเองเสนอดี ว่าจะทำอย่างไรให้มันมีสีสันความสนุก แม้มันจะเป็นหนังที่เดาทางได้ง่ายจัดๆ แต่ MIB 3 ก็ยังคงเก็บเสน่ห์ที่เคยคุ้นเอาไว้ได้ แล้วมันก็ได้ผล ไม่ถึงกับเชยสะบัดซะทีเดียว


โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการบริหารเสน่ห์กลุ่มตัวละครหลัก เป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดคนดูให้มีตาคอยแลอยู่คาจอ และมีปากไว้ยิ้ม กับระเบิดหัวเราะในบางฉากที่มุขควรให้ ผ่าน!


“Will Smith” ยังคง keep character ยียวนกวนอารมณ์ ตามสไตล์ถนัดเอาไว้ได้ อาจจะเป็นลายเซ็นของเจ้าตัวไปแล้วที่ เวลาได้เล่นหนังขายขำ มันต้องเป็นตัวละครแบบนี้เท่านั้น ถึงจะน่าเชื่อถือ ซึ่งโชคดีที่น้อยครั้ง มันจะน่าเบื่อ จนรู้สึกไม่อยากสนุกไปกับเขาเลย (ครั้งหนึ่งคงต้องนับ “Hancock” เอาไว้ ว่ามันไม่เวิร์ค) ส่วน “Tommy Lee Jones” ที่ดูจะถูกลดบทบาทลงไปมากโข แต่สีหน้าที่เย็นชา ตายด้าน นั้น ยังคงเป็นเอกลักษณ์ ที่เหมาะสมกับความเป็น K ที่แสดงออกไม่เก่งในเรื่องอารมณ์ อีกนั่นก็คือจุดขาย ที่จำเป็นต้องย้อนไปใช้กับห้วงอดีต เพื่อจะก่อให้เกิดความต่อเนื่องของตัวละครที่กลายเป็นคนละคนมารับเล่นแทนที่


และนั่นคือ การแจ้งเกิดอีกครั้งบนจอหนังของ “Josh Brolin” หลังจากเคยเป็นเจ้าของบทบาทที่น่าจดจำจากหนังออสการ์ยอดเยี่ยม “No Country for Old Men” (ซึ่งบังเอิญนักว่าลุง Tommy ก็แสดงในหนังเรื่องนี้ด้วยสิ) โดยครั้งล่าสุดนี้ ก็ฉายแววความเป็นนักลอกเลียนแบบที่ยอดเยี่ยม.. เสียงก็ใช่ หน้าก็ได้ กิริยาท่าทางก็ออกว่าคล้ายคลึงนัก ซึ่งถ้าลองว่า คาแรกเตอร์ของ K ของ Josh ได้แต่งหน้าแก่ๆ ซะหน่อย จะบอกว่าเป็น Tommy คนเดียวกัน ก็ยังจะเชื่อ!


แม้ Josh จะไม่มีเคมีที่เข้ากันได้ดีกับ Will เหมือนกับ Tommy (หรือจะว่าไป หนังก็อาจตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น เพราะสองคาแรกเตอร์นี้ นั้นก็ต่างกรรม ต่างวาระ และเป็นการมาเจอกันโดยเฉพาะกิจ) แต่ Will ที่จัดว่าเป็นตัวหลัก ก็ถูกมองเมินไปพอตัว เวลาที่มีเพื่อนร่วมจอเป็นหนุ่มหน้า(รุ่น)พ่อ มาแย่งซีน
ในส่วนของ บท อาจไม่มีอะไรโดดเด่น โดดเด้งออกมาจากหนังภาคก่อนๆ หรือกับหนังแนวๆ เดียวกัน อีกทางที่มันไปมันก็ดูเดิมๆ อย่างที่ตั้งใจจะเอาตามสูตรนั่นแหละ.. แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่แบบเหนือคาด และไม่คาดคิดว่าจะได้ดูใน MIB ภาคนี้ ก็คือ ส่วนที่เป็นปมประเด็นกะจะดรามา ซึ่งมุ่งเน้นจะเฉลยความจริงของตัวละครตัวหนึ่ง ที่จะทำให้คุณรู้ว่า เขามีที่มาที่ไป ที่ทำให้ “ต้อง” เป็นตัวเขาใน MIB


แม้มันจะมาเป็นส่วนน้อย แต่ความน้อยของมัน ก็ถือว่ามีคุณค่าในระดับกำลังดี ที่จะโยนอารมณ์ให้คนดูรู้สึกอิน กับความสัมพันธ์ของคนหนึ่งที่มีต่ออีกคนหนึ่งมากขึ้น พร้อมๆ กับได้รู้ว่า ทำไมหนอ? คนบางคนถึงต้องปกปิดตัวตนไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้จักตัวเองให้ดีพอ เพียงเพราะกลัวความจริงอีกข้อจะถูกเปิดเผย


ภาคสาม MIB อาจจะเป็นที่ขัดเคืองใจของใครบางคน ซึ่งรู้สึกว่าหนังลงทุนก็สูง แต่ไม่ได้หมดไปพร้อมกับฉากแอ๊คชั่นสุดอลังการ งาน CG มาตรึม แถมถ้าดูเป็น 3D ก็ไม่ตอบโจทย์ทะลุจอจนทิ่มหน้าอย่างอิ่มหนำ ..มันจึงกลายเป็นภาคที่ดูจะเนือย เหนื่อยอ่อน เหมือนอายุการงานของตัวละครที่มากขึ้นอย่างหนักหนา


แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้รู้สึกว่า MIB ที่เป็นในภาคนี้ มันน่าผิดหวัง หนำซ้ำ หนังก็ยังคงรักษาคอนเซปต์ ปราบเหล่าร้าย ให้โลกแล้งภัย เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เพียงแต่ สิ่งที่ตอบโจทย์จริงๆ ของมัน ก็คือ การเป็นหนังที่ดูได้เพลิดเพลินอีกเรื่อง โดยไม่สนว่าจะมาแนวไหน ..เอาตลก มันก็ยังมีความตลก เอามันส์ๆ  มันก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย หรือเอาความรู้สึกดี อย่างน้อย หนังก็ไม่ส่งคนดูออกมาพร้อมความโหวงเหวงในหัว
อาจจะเป็นในฐานะแฟนเก่าผู้ผูกพันกับสหายเก่าเลยขออยากเจอ หรือสหายข้างทางที่อยากจะลองของใหม่ (สำหรับรุ่นเด็ก ที่ไม่ได้โตมากับหนังเรื่องนี้) ไม่ว่าสุดท้ายจะโอนเอียงความรู้สึกไปทางใดทางหนึ่ง ไม่บวกก็ลบ แต่เชื่อว่า MIB 3 ก็ไม่ใช่หนังที่ขี้เหร่จนต้องมองเมิน หรืออยากลืมเลือนทันทีที่ดูจบสำหรับทุกๆคน นับได้ว่าเป็นหนังซัมเมอร์ปีนี้อีกเรื่อง ที่พอจะพูดได้ว่า สมศักดิ์ศรีในการ come back

 

Like Me @ http://www.facebook.com/Onc3.UPoN.a.MaN

And Follow Me @ http://twitter.com/once_upon_a_man

OncE UPoN’-‘a MaN     
 

movie review
{ 0 Votes, Average 0 Crowns }

Print Story

More About:

More Stories in movie review

Related Stories in Chic Lifestyle

สมัครเพื่อรับข่าวสารรายสัปดาห์
จาก Chicministry

สมัครเพื่อรับข่าวสารรายสัปดาห์
Fashion Ministry Beauty
Mind & Body Social Ministry
Career & Relationship Lifestyle
Travel Food & Leisure
Home & Family

Recently Trending

top stories the last 7 days

Please wait..