

ยุง ร้ายกว่า เสือ
13.05.13
ถ้าถามคนทั่วไปว่า “ยุง” กับ “เสือ” อะไรน่ากลัวกว่ากัน ร้อยทั้งร้อยคงตอบว่า “เสือ” แต่ทราบหรือไม่ครับว่า “ยุง” เป็นสัตว์ที่ทำให้คนเสียชีวิตมากเป็นอันดับที่ 1 โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ที่ไม่ว่าทางการจะรณรงค์ให้ป้องกันขนาดไหน จำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนเลยนะครับ
กรมควบคุมโรคระบุว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม – 12 มีนาคม 2556 มีผู้ป่วย 13,200 ราย สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 4 เท่า และมากที่สุดในรอบ 10 ปี มีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 16 ราย และอาจเพิ่มขึ้นอีก คาดการว่า จำนวนผู้เสียชีวิต จะมีถึง 140 – 200 ราย เห็นมั้ยล่ะครับ ยุงเนี่ย มันวายร้ายชัดๆ งั้นเรามาทำความเข้าใจกับโรคไข้เลือดออกกันดีกว่านะครับ
โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue Virus) อาการของโรคไข้เลือดออก จะมีไข้สูงเฉียบพลัน 2-7 วัน หน้าแดง ปวดกระบอกตา เบื่ออาหาร อาเจียน ส่วนใหญ่จะไม่มีน้ำมูกหรือไอ ซึ่งต่างจากโรคหัด และไข้หวัด มีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ เส้นเลือดเปราะ แตกง่าย อาจมีเลือด กำเดา เลือดออกตามไรฟัน อาเจียนและถ่ายอุจจาระสีดำ ปวดใต้ชายโครงขวา เนื่องจากมีตับโต กด เจ็บ ประมาณวันที่ 3-4 นับแต่เริ่มป่วย บางรายอาจมีภาวะช็อก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดได้ตั้งแต่วันที่ 3 ของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว ส่วนใหญ่จะรู้สติ พูดรู้เรื่อง กระหายน้ำ ปากเขียว ตัวเย็นชืด ความรู้สติเปลี่ยนไป และจะเสียชีวิตภายใน 12-24 ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาภาวะช็อกอย่างถูกต้องทันที
พาหะนำเชื้อไข้เลือดออก การติดต่อของโรคนี้ก็มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยเกิดจากยุงลายตัวเมีย ซึ่งกัดเวลากลางวัน และดูดเลือดคนเป็นอาหาร จะกัดดูดเลือดผู้ป่วยซึ่งอยู่ในระยะไข้สูงซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุง แล้วเข้าไปอยู่ในเซลล์ที่ผนังกระเพาะ เพิ่มจำนวนมากขึ้นแล้วออกมาจาก เซลล์ผนังกระเพาะ ไวรัสเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลายเพื่อแพร่เชื้อไปยังผู้ที่ถูกยุงกัดในรายถัดไป ยุงลายจะวางไข่ตามภาชนะขังน้ำที่มีน้ำนิ่งและใส น้ำนั้นอาจจะสะอาดหรือไม่ก็ได้ น้ำฝนมัก เป็นน้ำที่ยุงลายชอบวางไข่มากที่สุด ดังนั้น แหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายบ้านจึงมักอยู่ตามโอ่งน้ำดื่มและ น้ำใช้ที่ไม่ปิดฝา ทั้งภายในและภายนอกบ้าน จากการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายชนิดนี้พบว่า ร้อยละ 64.52 เป็นภาชนะเก็บขังน้ำที่อยู่ภายในบ้าน และร้อยละ 35.53 เป็นภาชนะเก็บขังน้ำที่อยู่ นอกบ้าน นอกจากโอ่งน้ำแล้วยังมีภาชนะอื่นๆ เช่น บ่อซีเมนต์ในห้องน้ำ จานรองขาตู้กันมด จานรอง กระถางต้นไม้ แจกัน อ่างล้างเท้า ยางรถยนต์ ไห ภาชนะใส่น้ำเลี้ยงสัตว์ เศษภาชนะ เช่น โอ่งแตก เศษกระป๋อง กะลา เป็นต้น
การรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออก ขณะนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะสำหรับเชื้อไข้เลือดออก การรักษาโรคนี้จึงเป็นการรักษาตามอาการและประคับประคอง ซึ่งได้ผลดีถ้าให้การวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก การสังเกตอาการ ติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดในระยะเวลาวิกฤต ประมาณ 24-48 ชั่วโมง จะช่วยป้องกันไม่ให้โรคมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
การดูแลตนเองเบื้องต้น
- ควรรีบพบผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที
- ใช้ผ้าชุบน้ำเช็คตัวลดไข้
- ใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
- ให้ดื่มน้ำผลไม้ หรือ น้ำตาลเกลือแร่บ่อย ๆ
- ระวังอย่าให้ยุงกัดในเวลากลางวัน โดยการนอนในมุ้ง หรือทายากันยุง
- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์ โดยปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้สนิท ทำลายเศษวัสดุ เศษ วัสดุ เศษภาชนะ หรือคว่ำไว้ เก็บยางรถยนต์เก่าอย่าให้มีน้ำขัง
การปฏิบัติเมื่อมีคนในบ้านหรือข้างบ้านเป็นไข้เลือดออก
- เนื่องจากไข้เลือดออกระบาด โดยมียุงเป็นตัวแพร่เชื้อ ดังนั้นเมื่อมีคนในบ้านหรือข้างบ้านเป็นไข้เลือดออก ควรจะบอกคนในบ้านหรือข้างบ้านว่ามีไข้เลือดออก เพื่อเตรียมการป้องกัน ตนเองและคนในบ้าน
- แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อมาดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรค
- ให้สมาชิกในครอบครัว ป้องกันการถูกยุงกัดตามคำแนะนำเบื้องต้น
- สำรวจภายในบ้าน รอบบ้าน รวมทั้งเพื่อนบ้านว่ามีแหล่งแพร่พันธุ์ยุงหรือไม่ หากมีให้จัดการเสีย
- เฝ้าดูอาการของสมาชิกในบ้านหรือข้างบ้านว่ามีไข้หรือไม่ หากมีไข้ให้ระวังว่าอาจจะเป็นไข้เลือดออก
- ให้ผู้ป่วยนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัด
การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก เนื่องจากโรคไข้เลือดออกยังไม่มียารักษา และไม่มีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ดังนั้นการ ป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดด้วยการป้องกันการแพร่ของยุง โดยป้องกันไม่ให้ยุงวางไข่ หรือป้องกันไม่ให้ ไข่กลายเป็นยุง เน้นที่การควบคุมลูกน้ำด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ เนื่องจากสามารถทำลายได้ง่ายและไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ

More About: ยุง, โรคไข้เลือดออก, การป้องกัน
More Stories in health 911
Related Stories in Chic Mind & Body
Recently Trending

Please wait..