

อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
21.05.13
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ
อลังการและสุดประณีตกับ Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013
หากพูดถึงเสื้อผ้าที่ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน บวกกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เรียบหรูอลังการ แต่แฝงไปด้วยจินตนาการอันบันเจิด หนึ่งในแบรนด์นั้นคงหนีไม่พ้น Dolce&Gabbana แน่ๆ ยิ่งคอลเลคชั่นล่าสุดของเขา Fall/Winter 2013 สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะการออกแบบที่ล้ำสมัย แต่มีแรงบันดาลใจมาจากศาสนา วัฒนธรรม พระคาดินัล ไปจนถึงกษัตริย์ในยุคที่อาณาจักรโบราณเฟื่องฟู ฟังแค่นี้ก็ไฮโซสุดพลังกันแล้วใช่ม้า
Dolce&Gabbana Fall/Winter 2013 ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์โบราณในโบสถ์ศตวรรษเก่า ตามบันทึกการแสดงโมเสสไบเซนไทน์ในยุคซิซิลีในเมือง Monreale ผลงานการออกแบบดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Domenico Dolce และ Stefano Gabbana แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของศาสนาคริสต์ พระคาดินัล และพระมหากษัตริย์ สะท้อนผ่านผ้าปักลาย เลื่อม ลูกไม้ ทั้งสีทอง ดำ ขาว เทา แดง และลวดลายประติมากรรมจากภาพฝาผนังของโบสถ์คริสต์ ทำให้ดูหรูหราอลังการ ศักดิ์สิทธิ์ และในขณะเดียวกันก็ดูเซ็กซี่และมีสไตล์ในแบบฉบับของ Dolce&Gabbana ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าจะมีลูกไม้และลวดลายเหมือนภาพวาดบนฝาผนังในโบสถ์แล้ว เครื่องประดับเขายังเลือกเป็นไม้กางเขน และมงกุฎ เชื่อว่าเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ได้ร่วมงานในโชว์ครั้งนั้นคงต้องขนลุกทั้งผลงานการออกแบบสุดบันเจิด และบรรยากาศภายในงานที่แวดล้อมไปด้วยมนต์ขลังของความเชื่อในศาสนาเป็นแน่แท้
คงไม่มีใครกล้าหยิบยกเรื่องราวของศาสนามาบวกกับโลกของแฟชั่นเท่าไรนัก แต่ Dolce&Gabbana เลือกที่จะหยิบเอาส่วนที่สวยงามและน่าเกรงขาม มาถ่ายทอดเรื่องราวลงบนศิลปะของเครื่องนุ่งห่ม สื่อให้เห็นว่าตัวดีไซน์เนอร์เองก็มีความเชื่อในศาสนาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เราเชื่อว่าหากเรามีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักเรื่องหนึ่ง อาจจะนำพาชีวิตของเราไปแต่ในทางที่ดีก็เป็นได้ แล้วชาวชิคสเตอร์ล่ะคะ มีความเชื่อในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือเปล่า หรืออย่างน้อยหากมีความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง ก็จะเป็นแรงผลักดันสาวๆทำทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้นะคะ

More About: Fall/Winter 2013, Dolce&Gabbana, Religious
More Stories in Chic Trend Report
Related Stories in Fashion Ministry
Recently Trending

Please wait..