Email

เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

Milan Academic

by Poon  Panichewa


ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


“เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report200220121553329055large.jpg
  • Milan Academic
  • เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

  • by Poon  Panichewa

  • ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


    “เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


    เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


    ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


    นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report200220121553324531thumb.jpg
  • 6910
  • categories/Fashion_Ministry/chic_trend_report/
  • images/Chic_Trend_Report200220121554283460large.jpg
  • Milan Academic
  • เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

  • by Poon  Panichewa

  • ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


    “เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


    เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


    ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


    นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report200220121554287980thumb.jpg
  • 6911
  • categories/Fashion_Ministry/chic_trend_report/
  • images/Chic_Trend_Report200220121555046105large.jpg
  • Milan Academic
  • เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

  • by Poon  Panichewa

  • ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


    “เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


    เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


    ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


    นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report200220121555044685thumb.jpg
  • 6912
  • categories/Fashion_Ministry/chic_trend_report/
  • images/Chic_Trend_Report200220121555374562large.jpg
  • Milan Academic
  • เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

  • by Poon  Panichewa

  • ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


    “เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


    เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


    ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


    นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report200220121555376502thumb.jpg
  • 6913
  • categories/Fashion_Ministry/chic_trend_report/
  • images/Chic_Trend_Report200220121557262931large.jpg
  • Milan Academic
  • เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

  • by Poon  Panichewa

  • ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


    “เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


    เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


    ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


    นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report200220121557263738thumb.jpg
  • 6914
  • categories/Fashion_Ministry/chic_trend_report/
  • images/Chic_Trend_Report200220121557577675large.jpg
  • Milan Academic
  • เมื่อเฟนดิจับคุณครูวิทยาศาสตร์มาเป็นต้นแบบทางแฟชั่น

  • by Poon  Panichewa

  • ต่อเนื่องจากลุคคุณครูศิลปะจากซีซั่นที่แล้ว มาถึงร้อนนี้คงไม่แปลกว่าความเป็นไปได้สำหรับแบรนด์ Fendi (เฟนดิ) นั้น ได้เดินทางข้ามห้องพักครูไปสู่แล็ปทดลองส่วนตัวของคุณครูสาวกลางกรุงมิลานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง


    “เรานำเสนออีกแง่มุมของหญิงสาวอิตาเลียนจากเมืองมิลาน” Karl Lagerfeld อัจฉริยะผู้แครี่การออกแบบ 8 รันเวย์คอลเลคชั่นต่อปี (และ เฟนดิ ก็เป็นหนึ่งในนั้น) กล่าวถึงมุมมองเฉียบคมต่อแบรนด์เฟอร์ขนสัตว์ใหญ่แห่งอิตาลี “เราลองมองข้ามความเซ็กซี่ และเย้ายวนภาคกลางคืนทิ้งไป เหลือไว้แต่ความคล่องตัว ปราดเปรื่องในช่วงกลางวัน”


    เห็นได้ชัดจากผมทรง อัลเบิร์ต ไอร์สไตน์ ว่าซีซั่นนี้ ลาเกอร์เฟล เอาแน่เอานอนกับลุคครูสาวสอนวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง อายุรแพทย์รางวัลโนเบลคนดังอย่าง Rita Levi-Montalcini จึงกลายมาเป็นไอคอนใหญ่ประจำคอลเลคชั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ บทบาทใหม่ของเหล่านางแบบบนรันเวย์ในลุคของครูวิทยาศาสตร์ หากแต่หญิงสาวในแบบของ Fendi นั้นมิได้ดูเหมือนครูในห้องเรียนทั่วไปแต่อย่างใด หากกลับแฝงไว้ซึ่งความฉลาดล้ำและน่าสนใจ ที่สำคัญแคตวอล์กในซีซั่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้ได้อารมณ์ของงานสำเร็จการศึกษาเป็นพื้นหลัง เมื่อถูกเสริมด้วยดนตรีพิเศษที่ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงนาฬิกาจับเวลาที่ที่ใช้ในห้องแล็ป จึงกลายมาเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบและเข้ากันกับธีมในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านางแบบในทรงผมที่ค่อนข้างยุ่ง และแว่นตาแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงหน้ากากที่ใช้ในห้องแล็ป ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นงานดีไซน์ที่แตกต่างและเก๋ไก๋


    ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาเลียน อันไดแก่ จิโอ ปอนติ (Gio Ponti) และคาร์โล โมล์ลิโน (Carlo Mollino) จากช่วงทศวรรษที่ 50 โดยได้นำโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมารื้อออก และตีความใหม่ในรูปแบบของเสื้อผ้า และรองเท้า เส้นสายที่สะอาดตา และงานตัดเย็บแบบพอดีตัวสุดเนี้ยบช่วยให้เสื้อผ้าได้มิติ ลาเกอร์เฟลด์ยังได้ยืมการคัตติ้งและองค์ประกอบด้านรายละเอียดต่างๆมาจากเสื้อเชิ้ตผู้ชาย ค็อตตอนลายทางถูกนำมาจับเดรปเพื่อให้เกิดเป็นเสื้อตัวบนที่มีเลเยอร์ บางตัวเด่นที่แขนเสื้อพริ้วบานติดกับช่วงไหล่ แต่บางตัวกลับเด่นที่งานโอเพนเวิร์คสุดเนี้ยบ เสื้อตัวบนเนื้อผ้ายับย่นมาพร้อมแถบผ้าด้านหน้าที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อน และถูกนำมาจับคู่กับกระโปรงที่ยาวเหนือเข่าซึ่งดูพองและยับย่นเช่นกัน นี่ถือเป็นวิธีแปลกใหม่ในการนำลุคสองลุดที่เข้ากันมานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง


    นอกจากลาย Pequin สุดคลาสสิคจาก Fendi ยังมีลายจุดที่ดูน่าสนใจมาเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของกองทัพลายพิมพ์ในคอลเลคชั่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นและดูย้อนยุคในแบบ 50 สีสันในภาพรวมดูเป็นธรรมชาติ และได้อารมณ์แบบเบาๆ สบายๆ ของฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน อาทิ สีน้ำตาล น้ำเงิน เบจ ขาว และฟ้าอ่อน ผ้าผสมไหมคอตตอนถือเป็นเนื้อผ้าชิ้นสำคัญ เสริมความสวยงามด้วยงานปัก และผ้าที่มีเนื้อบางเบา ส่วนงานฝีมือในการตกแต่งด้วยขนเฟอร์สุดหรูปรากฎอยู่เสื้อผ้าแยกชิ้นบางชิ้น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ยังอยู่งานฝีมืออันวิจิตรอย่างกระโปรงผ้าตาข่ายไหมที่มีการปักอย่างดงามด้วยมือ แถบขนเฟอร์สุดหรูที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรต์และงานฝีมือชั้นสูงของ เฟนดิ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดีในการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย เพื่อนำมาสร้างผลงานอันน่าประทับใจ ท้ายที่สุด ชุดราตรีที่มาในรูปของผ้ากอซและชีฟองที่นำมาเลเยอร์ซ้อนทับกัน แน่นอนว่างานฝีมือของช่างชาวอิตาเลียนระดับแนวหน้าจะไม่มีวันทำให้คุณผิดหวัง ด้วยความเชี่ยวชาญสูงสุด เฟนดิ ได้นำเสนอคอลเล็กชั่นที่อาจดูเรียบง่าย หากแต่ในความเป็นจริงนั้นกลับหรูหราและสลับซับซ้อน ไม่ต่างจากสูตรคณิตศาสตร์แต่อย่างใด

  • images/Chic_Trend_Report20022012155757427thumb.jpg
  • 6915
  • categories/Fashion_Ministry/chic_trend_report/
Chic Trend Report
{ 0 Votes, Average 0 Crowns }

Print Story

More About: , , , ,

More Stories in Chic Trend Report

Related Stories in Fashion Ministry

ติดตาม ChicMinistry จาก :

Recently Trending

Please wait..