Email

Fendi Fur

Fendi Fur

ประวัติความเป็นมาของสุดยอดงานศิลปะแฟชั่นจากห้องเสื้อใหญ่

by Poon  Panichewa

 

หากเอ่ยถึงคำว่า “เฟอร์” มีแบรนด์หรูเพียงแบรนด์เดียวเท่านั้นที่ทุกคนต่างนึกถึง นั่นคือ Fendi เพราะด้วยประสบการณ์ในการรังสรรค์งานฝีมือชั้นสูงที่สั่งสมมายาวนานกว่า 80 ปี Fendi จึงกลายมาแบรนด์ที่ยืดหยัดเคียงข้างกับการผลิตเฟอร์อันหรูหรา และยังเป็นผู้สร้างและกำหนดทิศทางของเทรนด์เสมอมา


ตั้งแต่จุดแรกเริ่มเมื่อเอดูอาราโด และอะเดล เฟนดิ (Edoarado และ Adel Fendi) เปิดประตูร้านในปี ค.ศ. 1925 เหล่าขุนนางและผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูงพากันหลั่งไหลไปยังเวิร์คช็อปผลิตกระเป๋า และเฟอร์ของพวกเขาซึ่งตั้งอยู่ที่ Via del Plebiscito ในกรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี


แม้ว่าตระกูลเฟนดิจะเป็นครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดา หากแต่พวกเขาก็เข้าใจดีถึงหัวใจสำคัญของความหรูหรา นั่นคือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบขึ้นอย่างงดงาม และทำขึ้นด้วยวัสดุที่ดีที่สุด ด้วยมือของช่างที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและฝีมือ


แต่อย่างไรก็ตาม มีวัสดุชนิดหนึ่งที่ตระกูลเฟนดิให้ความสนใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของมนุษย์ เฟอร์ทำหน้าที่สำคัญในการช่วยปกป้องร่างกายจากสภาพแวดล้อมรอบตัว และตลอดอารยธรรมอันยาวนานบนโลกใบนี้ จากยุคอียิปต์โบราณไปจนถึงอาณาจักรไบแซนไทน์ สู่ยุคกลาง การฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ไปจนถึงการสำรวจและล่าอาณานิคม เฟอร์ถือเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม และอำนาจทางทหาร ตระกูลเฟนดิตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของเฟอร์ในประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี กอปรกับความเข้าใจในเรื่องของความหรูหรา ทำให้พวกเขานำเอาวัสดุอันทรงค่า และเป็นอมตะไร้ซึ้งกาลเวลาชนิดนี้มายกระดับสู่จุดสูงสุด


คำร่ำลือแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และไม่นาน Fendi ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตเฟอร์ที่ดีสุดของโลก ชื่อเสียงอันนี้เองที่ห้องเสื้อชั้นสูงแห่งนี้มุ่งมั่นรักษาไว้จากเจเนอเรชั่นหนึ่งไปสู่อีกเจเนอเรชั่นหนึ่ง โดยหลังจากส่งมอบการบริหารงานให้กับลูกสาวทั้งห้าคน อันได้แก่ เปาลา (Paola) แอนนา (Anna) ฟรองกา (Franca) คาร์ลา (Carla) และอัลดา (Alda) พวกเธอสร้างความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวง ด้วยการผสมผสานงานดีไซน์อันสดใหม่ เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าชั้นสูง ด้วยแรงบันดาลใจระลอกใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็มิได้ลืมรากฐานของแบรนด์ที่หยั่งลึกในเรื่องของงานผลิตงานฝีมือโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ Fendi ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในการผลิตเฟอร์ของโลกไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดที่ก้าวล้ำเกินใครและความมุ่งมั่นในการสร้างเทรนด์ใหม่ๆ คือ การตระกูลเฟนดิตกลงว่าจ้างคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ผู้มากด้วยพรสวรรค์ ลาเกอร์เฟลด์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเนื่องมาจากความคิดสร้างสรรค์ และงานดีไซน์อันวิจิตรงดงาม เขาผู้นี้นำพาเฟอร์จาก Fendi เข้าสู่ยุคใหม่ โดยนอกจากจะเลือกใช้เพียงแต่เฟอร์ที่ดีที่สุดอันเป็นสิ่งที่ห้องเสื้อชั้นสูงแห่งนี้ปฏิบัติมาช้านาน เขายังสร้างสรรค์แฟชั่นจากเฟอร์ในรูปแบบที่ไม่มีใครเคยสัมผัสมาก่อน


นอกจากจะทดลองนำเสนองานดีไซน์ใหม่ๆ อันน่าตื่นเต้นแล้ว ลาเกอร์เฟลด์ยังคงยึดมั่นต่อประเพณีปฏิบัติ และความทุ่มเทในการเลือกใช้เพียงวัสดุชั้นเลิศ และช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เอดูอาร์โด และอะเดลเริ่มต้นอาณาจักร Fendi ลาเกอร์เฟลด์เลือกใช้แต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น


หนังสัตว์แต่ละชิ้นได้รับการคัดเลือกด้วยมือ โดยพิจารณาจากเนื้อสัมผัสที่เป็นเลิศ และความเงางามที่เหนือกว่า ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ท้ายสุดที่ได้ออกมานั้นนุ่ม และเป็นมันเงา รัสเซียน เซเบิล (Russian Sable - สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูลพังพอน) ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่ให้เฟอร์ชั้นเลิศที่สุด และยังถูกใช้เป็นวัสดุหลักของคอลเล็กชั่นเฟอร์จาก Fendi


ไม่ว่าจะเป็นขนสีเทาเข้มของเซเบิลที่โตเต็มวัย หรือขนสีอำพันอันเจิดจรัสของเซเบิลสีทอง หนังเฟอร์แต่ละชิ้นคือตัวแทนของความหรูหราสูงสุดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์จากแคนาเดียน ลิงซ์ (Canadian Lynx – แมวป่าชนิดหนึ่ง) ที่ให้เฟอร์แผ่นยาว สีขาวเขียนอันแสนงดงาม หรือชินชิลล่าอันบอบบางและปราดเปรียว (Chinchilla – สัตว์ในตระกูลหนูชนิดหนึ่ง) ซึ่งให้เฟอร์เนื้อนุ่มไม่แพ้สัตว์ชนิดอื่น หรือจะเป็นขนมิงค์ (Mink – สัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายตัวนาก) อันเงางามพิเศษ ทั้งยังคงทน และใช้งานได้หลากหลาย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์จากสัตว์ชนิดใด มีแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นที่ถูกเลือกมาใช้


ชื่อเสียงในด้านเฟอร์ของ Fendi ไม่ได้หยุดอยู่ที่การคัดสรรเฟอร์คุณภาพ และงานฝีมือที่เป็นหนึ่งเท่านั้น แต่จุดแข็งของแบรนด์ยังอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมด้วย ภายใต้การนำของตระกูล Fendi และคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และด้วยประสบการณ์ในการศึกษาค้นคว้าในเรื่องของเทคนิคการย้อม ฟอก ตัด และเย็บ ห้องเสื้อแห่งนี้ได้ปฏิวัติวงการและกลายมาเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมเฟอร์


จากการสร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานแฟชั่นอันประกอบด้วยเฟอร์ในหลากหลายโทนสีอันสดใส ซึ่งไม่เคยเป็นที่พบเห็นมาก่อน เรื่อยมาจนถึงเฟอร์ที่นำมาถักร้อยเข้าด้วยกัน (knitted fur) ควมเป็นเลิศของลาเกอร์เฟลด์ล้วนแล้วแต่เป็นที่ประจักษ์ และในที่สุด เฟอร์ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นในชีวิตประจำวัน – ด้วยลุคที่สดใหม่ อ่อนเยาว์ และทันสมัย – ซึ่งถือเป็นการนำสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและคลาสสิคที่มาปรับรูปโฉมให้ร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ


จากเวิร์คช็อปขนาดเล็กบนถนน Via del Plebiscito สู่งานแฟชั่นโชว์โอต กูตูร์ อันหรูหราในมิลาน รวมถึงบูติคหรูมากมายทั่วโลก อาทิ นิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส ฮ่องกง และร้านแฟลกชิพที่ Palazzo ในกรุงโรม รวมถึงการโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม Fendi ได้กลายมาเป็นชื่อที่เป็นที่รู้จัก และเป็นตัวแทนของการสร้างสรรค์เฟอร์แฟชั่นและเครื่องประดับอันหรูหรา


ผลิตภัณฑ์เฟอร์ทุกชิ้นที่ Fendi ได้รังสรรค์ขึ้นคือสัญลักษณ์แห่งประวัติความเป็นมายาวนานของแบรนด์ที่มากกว่า 80 ปี รวมถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทต่อการผลิตงานฝีมือคุณภาพอันเป็นเลิศ การคัดสรรแต่วัสดุอันหรูหราและดีที่สุด รวมถึงไปนวัตกรรมในด้านสไตล์และดีไซน์ เฟอร์จาก Fendi สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามที่ก้าวข้ามผ่านเวลาและยุคสมัย ผลงานชิ้นเอกที่สมควรแก่การยกย่อง เก็บรักษา และสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ไม่ต่างจากงานศิลปะชั้นสูง


ภาพ: ลิขสิทธิ์แบรนด์

fashion & culture
{ 0 Votes, Average 0 Crowns }

Print Story

More About: , ,

More Stories in fashion & culture

Related Stories in Fashion Ministry

สมัครเพื่อรับข่าวสารรายสัปดาห์
จาก Chicministry

สมัครเพื่อรับข่าวสารรายสัปดาห์
Fashion Ministry Beauty
Mind & Body Social Ministry
Career & Relationship Lifestyle
Travel Food & Leisure
Home & Family

Recently Trending

top stories the last 7 days

Please wait..