

เมื่อ Vogue แดนกระทิงถูกกล่าวหาว่าขโมยผลงานจากช่างภาพบน Instagram!!
23.04.12
ช่างภาพทั้งหลายเอ๋ย...จงท่องให้ขึ้นใจว่า การเปิดตัวผลงานของตัวเองเข้าสู่โลกแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้นนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ฝีมือแบบเร่งรัดแล้ว ยังเป็นการหยิบยื่นงานของเราใส่มือผู้อื่นให้นำไปใช้ได้อย่างสบายตัวอีกด้วย
อย่างกรณีศึกษาล่าสุดที่กำลังโจษจันกันในวงการแฟชั่นนั่นก็คือ การที่ช่างภาพชาวสเปนในเมืองนิวยอร์คชื่อ Sion Fullana ออกมาทวีตรูปภาพเปรียบเทียบผลงานในแอพพลิเคชั่น Instagram ของเค้าเอง กับภาพที่ปรากฏในชื่อของนิตยสาร Vogue Spain ว่าเป็นภาพเดียวกันไม่เหลือความผิดเพี้ยนให้จับผิดโฟโต้ฮันท์กันได้เลย พร้อมข้อความที่ว่า “Shameless conduct by @VogueSpain on #Instagram stealing my photo (1); Is this what a magazine of such a name should do?” (ประมาณว่า เป็นการกระทำแบบไร้ยางอายที่นิตยสาร Vogue Spain ขโมยรูปภาพของเค้า ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นโดยนิตยสารหัวใหญ่ขนาดนี้”
หลังจากที่ Fullana โพสต์ข้อความนี้ออกไปสู่แฟนๆ ของเค้าผ่านทาง Twitter ได้ซักพัก แอคเคาท์ IG ของนิตยสารเจ้าปัญหาก็ทำการลบภาพต้นเหตุออก (ทั้ง 2 ภาพ) พร้อมกับกล่าวขอโทษ Fullana ผ่านทาง Twitter อีกด้วย ซึ่งเรื่องก็ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี หากว่า...
เว็บไซต์ข่าวโซเชียลมีเดียเจ้าใหญ่อย่าง TheNextWeb.com นำมาวิเคราะห์ต่อถึงความไม่เหมาะสมในพฤติกรรมแย่ๆ ของนิตยสารแฟชั่นชื่อดังนี้ เพราะอย่างกรณีในอดีตที่แบรนด์ Nikon เคยโพสต์ดูถูกแฟนคลับชาวกล้องไว้แล้วเกิดกระแสในแง่ลบอย่างรุนแรง
จนต้องออกมาขอโทษขอโพยผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่การโพสต์ข้อความทาง Twitter แบบนี้ ซึ่งถือเป็นการไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองที่วางตัวอยู่ในฐานะสื่อใหญ่เจ้าหนึ่งในวงการ มิหนำซ้ำยังลบภาพต้นเหตุออกเหมือนดั่งไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
แล้วยังโยงต่อไปถึงลิขสิทธิ์ของสื่อสร้างสรรค์ในโลกอินเตอร์เนท หรือที่เรียกติดปากกันว่า Creative Common ว่าต่อไปผู้ผลิตผลงานก็จะต้องอยู่สภาวะเสียเปรียบ เพราะถ้าเกิดกรณีอย่าง Fullana vs Vogue Spain แบบนี้อีก ฝ่ายองค์กรก็อาจจะออกมาแค่ขอโทษเป็นการส่วนตัว และทำตัวเงียบๆ ต่อไป เพราะถึงแม้ในปัจจุบันช่างภาพจะสามารถใส่ ลายน้ำ หรือ watermark ลงในภาพเพื่อแสดงลิขสิทธิ์ได้ แต่เราก็ต้องยอมรับว่านั่นคือการทำลายผลงานให้ด้อยค่าลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการใส่ลายน้ำลงในภาพที่โพสต์ลง IG ด้วย
โลกออนไลน์ที่เราเลือกที่จะนำความเป็นส่วนตัวออกไปสู่สาธารณะชน จึงจำเป็นต้องยอมรับถึงการล่วงละเมิดที่สามารถเกิดขึ้น และจบลงได้อย่าง “เจ๊าๆ กันไป” กรณีศึกษาเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมออนไลน์ เพราะขนาดที่ว่าองค์กรใหญ่ที่เรื่องของลิขสิทธิ์ผลงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างนิตยสารยังสร้างมาตรฐานการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบกระซิบให้เรื่องจบเงียบๆ แล้ว อนาคตของลิขสิทธิ์สื่อสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์คงจะริบหรี่ต่อไป...

More Stories in fashion & culture
Related Stories in Fashion Ministry
Recently Trending

Please wait..