เคยอ่านงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่บอกว่า ในอนาคตอันใกล้นี้โลกของเราจะเต็มไปด้วยคนสูงอายุ ค่าที่คนรุ่นใหม่อยู่เป็นโสดซะมาก
Chic Pick for 4 Style Chicsters
เพราะผู้หญิงแต่ละสไตล์มีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน
เราขออาสาเป็นไกด์ผู้รู้ใจ พาคุณไปสรรหา
สิ่งที่เ้หมาะกับสไตล์ของคุณ



Sign up for your free weekly Chicministry update about the latest in fashion, food & fun.
Select your interests| BeneFit Dandelion Reviews | 07.09.10 | |
| สอบถาม เรื่อง SPFครีมกันแดดค่ะ | 07.09.10 | |
| เชิญร่วมงาน " Baby-G House of Style " | 06.09.10 |
New! 07.09.10
เรื่องแฟชั่นและการแต่งตัว
ถ้าจะต้องให้พูดกี่ครั้งสำหรับผู้หญิงสมัยใหม่แล้วยังไงๆก็ไม่เบื่อ
ไม่ว่าจะเป็นกระแสหรือเทรนด์ของแฟชั่น
แนวเสื้อผ้าที่กำลังมาแรง รวมไปถึงดาราคนโปรด
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่ดาราเท่านั้นแล้วล่ะที่สามารถเป็นไอดอลได้
ใครต่อใครก็สามารถเป็นผู้นำด้านแฟชั่นได้เหมือนกัน
เหมือนอย่างคุณตุ๊ย ทิพนันท์ ศรีเฟื่องฟุ้ง
เธอเป็นหญิงในสังคมที่ใครๆ ต่างก็คุ้นหน้ากันดี
ยิ่งตอนนี้เมื่อเธอกลายเป็นเจ้าของแบรนด์กระเป๋าสุดสวยดีไซล์ล้ำ
เชื่อว่าความชอบและแนวแฟชั่นส่วนตัวต้องเริ่ดมากแน่ๆ
ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องแฟชั่นในสไตล์ของเธอ
เรามาทำความรู้จักตัวของคุณตุ๊ยกันให้มากกว่านี้หน่อยดีกว่าค่ะ
ก่อนที่เธอจะมาเปิดแบรนด์กระเป๋าของตัวเอง
เธอทำอะไรมาบ้าง “ตุ๊ยเรียนปริญญาตรีมาทางด้าน
Graphic Design ค่ะ
หลังจากที่เรียนจบเลยตัดสินใจพักเรื่องเรียนไว้แป็บนึง
แล้วมารับงานเป็น Freelance Graphic Designer
และทำของขายอยู่บ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่ร้าน Cloud 9
พักสัก
แล้วค่อยตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศอิตาลี่ด้าน
Accessories Design ค่ะ
พอจบมากลับไทยก็เริ่มสร้างแบรนด์และเป็นดีไซเนอร์กระเป๋าของตัวเองเลย
โดยใช่ชื่อว่า Tu’i เพราะฉะนั้นรวมๆ
แล้วก็ทำมาได้ประมาณ 2 ปีได้แล้วค่ะ”
แล้วเรื่องความชอบส่วนตัวละค่ะ
ชอบแฟชั่นมาด้วยอยู่แล้วรึป่าว? “ใช่ค่ะ
เพราะความชอบเลยเลือกเรียนทางด้านนี้เลย”
แนวแฟชั่น
การแต่งตัวและเอกลักษณ์ของคุณตุ๊ย
เมื่อเรื่องของแฟชั่นกลายมาเป็นความชอบส่วนตัวของสาวคนนี้
เธอจะมีสไตล์การแต่งตัวแบบไหน
“เรื่องแนวของการแต่งตัวของตุ๊ยจริงๆ
แล้วไม่ตายตัวเลยค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ
ตุ๊ยจะชอบเป็นชิ้นๆ หรือเป็น Collection
ไปมากกว่า”
แล้วอะไรที่มองแล้วเป็นเอกลักษณ์ของคุณตุ๊ยบ้างคะ
“ตุ๊ยเป็นคนชอบใส่อะไรเยอะๆ
โดยเฉพาะพวกเครื่องประดับน่าจะเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวเลยก็ว่าได้
ตุ๊ยจะชอบชิ้นที่ดูมีอะไร
อาจจะเป็นดีไซน์ที่ดูแปลกหรือจะเป็นขนาดเครื่องประดับที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ
อย่างพวกโบว์ สร้อยคอหรือกำไล
ส่วนพวกรองเท้าหรือกระเป๋าจริงๆ
แล้วตุ๊ยก็ถือว่าเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งเหมือนกันค่ะ
ตุ๊ยจะเลือกที่มีดีไซน์แปลกและฟอร์มสวยเป็นหลัก
แต่ถ้าเป็นเสื้อผ้าตุ๊ยก็จะชอบแบบที่มีดีเทลและแพทเทิร์นหน่อย”
การเลือกซื้อของแฟชั่นๆในแบบเธอ
ดูเธอจะเป็นคนชอบคนทันสมัยและแปลกใหม่สะดุดตา
แล้วขั้นตอนการเลือกซื้อเสื้อผ้าของเธอจะเป็นเช่นไร
“ตุ๊ยจะเลือกแบบที่ชอบและถูกใจป็นหลักค่ะ
ดูความเรียบร้อยและการตัดเย็บ
ยิ่งไปกว่านั้นคือเราต้องดูด้วยว่าสามารถเอามา mix
& match ได้มากน้อยแค่ไหน
ตุ๊ยจะชอบแบบที่เราสามารถเอามาใส่กับของที่เรามีอยู่แล้วได้ด้วย
ส่วนเรื่องของยี่ห้อหรือแบรนด์นั้นตุ๊ยไม่เกี่ยงค่ะ
อย่างที่บอกว่าไม่มีตายตัวเลยจริงๆ จะชอบเป็นชิ้นๆ
ไปมากกว่า แต่ถ้าอันไหนเป็นแบรนด์ดัง
ราคาสูงขึ้นมาก็อาจจะพิจราณาว่าใช้หรือใส่ได้นานมั้ย”
New! 03.09.10
Q: ดิฉันเป็นคนหน้าสั้นค่ะ
ทั้งสั้นทั้งมีแก้มรู้สึกว่าหาทรงผมที่เข้ากับรูปหน้าอย่างเราได้ยากมาก
ยาวไปก็ดูหัวเล็กๆ หลิมๆ
สั้นไปก็ดูหน้ากลมบานเป็นดอกบัว
อย่างนี้มีทรงผมแบบไหนแนะนำให้ดิฉันบ้างมั้ยค่ะ
อยากได้ทรงที่ทำให้สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้
A:
ถ้าเป็นปัญหารูปหน้า
ความจริงแล้วรูปหน้าสั้นไม่เกี่ยวนะคะ
แบบนี้ไม่เป็นปัญหา
แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีแก้มมากเราเข้าใจว่าผู้หญิงต้องการไว้ทรงผมเพื่อให้ดูหน้าเล็กจึงอยากจะปิดบริเวณนี้เอาไว้
อันดับแรกต้องดูสิ่งที่เราอยากจะปกปิดก่อนว่าอะไร
อย่างในกรณีนี้คุณต้องการที่จะปกปิดแก้มเพื่อหน้าดูไม่กลมหรือไม่บาน
แบบนี้ขอแนะนำว่าให้ไว้ผมข้างหน้ายาว
อาจจะยาวทั้งหน้า-หลังเลยก็ได้
หรือจะยาวเฉพาะข้างหน้าก็ได้เช่นกัน
แล้วแต่ความชอบหรือความเหมาะสมที่เข้ากับบุคลิกของคุณค่ะ
New! 03.09.10
หนึ่งอวัยวะในร่างกายที่เราใช้งานกันเป็นประจำ
เห็นจะหนีไม่พ้น “เท้า”
ของเรานี่เองโดยเฉพาะสาวนักช็อปทั้งหลายรับรองว่าต้องเจอกการเมื่อยล้า
เมื่อความปวดล้า
เมื่อยเท้ามาเยือนคราวนี้จะเดินไปไหนมาไหนก็เริ่มลำบาก
โอ้ยยย! เมื่อยยยยยย!!! ขี้เกียจนู่นนี่นั่นเยอะแยะ
กว่าจะหายต้องรอเป็นอาทิตย์ๆ
หรือไม่ก็ต้องไปนวดกันเลยก็มี(เสียตังค์อีกและ!)
เหมือนเป็นวังวนอยู่อย่างนั้น
แต่ตอนนี้
ChicMinistry มีข่าวดีมากบอกค่ะ
คุณจะไม่ต้องใช้ชีวิตแบบวนไปวนมาแบบนี้อีกต่อไป
วิธีการนวดฝ่าเท้าด้วยลูกเทนนิส ง่ายๆ ค่ะ
รับรองว่าคุณสาวๆ
จะหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน ดิฉันลองมาแล้ว
เริ่ดมากทีเดียว
อุปกรณ์
1. ลูกเทนนิส 1 ลูก
2. พรมหรือเสื่อ เอาไว้กันลื่นค่ะ
Start:
1.
แบ่งฝ่าเท้าของคุณด้วยตาเปล่าออกเป็น 4 ส่วน
โดยให้ส่วนปลายอยู่บริเวณส้นเท้าหรือส่วนสุดท้ายคือบริเวณปลายนิ้วเท้าค่ะ
2.
เริ่มจากการวางลูกเทนนิสลงบนเสื่อหรือพรมกัน
หลังจากนั้นว่างฝ่าเท้าข้างซ้ายลงโดยเริ่มจากส่วนแรกของฝ่าเท้า
เทน้ำหนักตัวลงเหมือนเรากำลังเหยียบกับลูกเทนนิส
ยืนยืดขาตรง (อาจจะปวดหน่อยนะคะ แต่ต้องอดอนไว้
จะได้หาย) หายใจเข้า-ออกปกติค่ะ
3.
วางลูกเทนนิสไว้ที่จุดเดิม แต่ค่อยๆ
เลื่อนฝ่าเท้ามาเป็นส่วนที่สอง ตรงบริเวณใกล้ๆ
กับกลางฝ่าเท้าค่ะ ทำเหมือนอย่างข้อแรก
ยืนเยียดขาตรง เทน้ำหนักลงไปให้สุดตัว
4.
เลื่อนจากส่วนที่สองเป็นส่วนที่สามค่ะ
ทำเหมือนข้างต้น
5.
และสุดท้ายคือบริเวณเนินฝ่าเท้าตอนปลายและนิ้วเท้า
ยืนทับลูกเทนนิสเหมือนเดิม
อย่าลืมเทน้ำหนักตัวและยื่นขาตรงด้วยนะคะ 6.
เปลี่ยนจากซ้ายเป็ยขวา
แล้วเริ่มทำจากต้นจนจบในแบบเดียวกันค่ะ
New! 03.09.10
คุณคิดอย่างฉันเหมือนกันใช่ไหม มันติดขึ้นทุกวันๆ
แล้ววันไหนฝนตกลงมาด้วยแล้ว
รถยิ่งติดนิ่งสนิทไม่ไหวติง แล้วเหมือนนัดเวลาตก
พอเลิกงานปุ๊บตกปั๊บ
หันไปทางไหนก็จะเห็นรถติดกันเป็นแพ
ยิ่งทางด่วนด้วยแล้ว หายห่วง ติดทุกเส้น
บางคนใช้เวลากลับบ้าน 3-4 ชั่วโมง
และบางคนมากกว่านั้น ฝนตกรถติด ปวดฉี่มันมาเป็นแพ็ค
แล้วมันโคตรทรมาน พานจะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ขนาดฉันมีคนขับให้ ยังรู้สึก
ทำไมเราต้องมาเสียเวลาชีวิตอยู่ในรถอย่างนี้ด้วย
แทนที่จะเอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่น
บ่นไปมันก็ไม่ได้อะไรดีขึ้นมา
แก้ที่ใครไม่ได้ ขอแก้ที่ตัวเองก่อนเลยแล้วกัน
เมื่อรถติด ก็ไม่ต้องใช้รถ
คราวนี้เราก็ไม่ต้องเอาชีวิตเราไปแขวนไว้กับการจราจร
อยากติดให้มันติดไป เอาเวลาตูคืนมา อ้าว !!!
แล้วจะไปยังไง
ก็ใช้ระบบสาธารณูปโภคให้เป็นประโยชน์สิคะ
เชิ่ดใส่รถยนต์ ไม่ต้องเปลืองน้ำมัน
มาชึ้นรถไฟฟ้าแทน ส่วนจะได้เจอพี่เคนเป็นของแถมไหม
ก็แล้วแต่บุญกรรมที่ทำมาก็แล้วกัน การขึ้นรถไฟฟ้า
หาข้อดีได้หลายประการ
อย่างวันนั้นฉันจะไปออกกำลังกายแถวๆเอราวัณ
ก็ไปลงสถานีชิดลม
แล้วเดินไปอีกหน่อยบนทางเดินนั่นแหละ ไม่ร้อนด้วย
แล้วขอแนะนำถ้าคุณอยากเดินแบบแฮปปี้บนรถไฟฟ้า
ขอให้สลัดรองเท้าส้นสูงทิ้งไป
ให้เปลี่ยนเป็นส้นแบนหรือรองเท้ากีฬาไปเลย เดินมัน
เดินทน เดินสนุกด้วย
แล้วถ้าจะไปธุระไหนต่อก็พกส้นสูงติดไป
การได้เดินบนรถไฟฟ้าทำให้คุณได้ออกกำลังกายไปในตัว
กระชับน่อง ต้นขา และสะโพก
(เว้นแต่คุณจะกินขนมร้านต่างๆบนสถานีรถไฟไม่หยุด)
การเดินจะทำให้คุณได้เผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี
ระหว่างนั้นคุณก็ชะโงกหน้าลงไปดูการจราจรข้างล่าง
แล้วก็จะแอบยิ้มได้ว่า ติดกันไปเลย
แต่ฉันไม่ขอเป็นคนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น
การขึ้นรถไฟฟ้าประหยัดค่าน้ำมันไปในตัวด้วย
รถติดอยู่เฉยๆ ผลาญน้ำมันไปเท่าไหร่
ทำลายชั้นบรรยากาศอีกต่างหาก
แล้วเวลาได้เดินบนรถไฟฟ้าสิ่งหนึ่งที่ฉันชอบคือ
เราได้สัมผัสกับสิ่งรอบตัวเราอย่างใกล้ชิดแบบที่นั่งอยู่ในรถทำไม่ได้
เราอาจไม่เคยสังเกตสิ่งก่อสร้างหรือต้นไม้ตามธรรมชาติถ้าเรานั่งรถผ่าน
แต่ถ้าเราได้ลงเดิน
เราจะรู้จักการสังเกตและเก็บรายละเอียดมันได้
และเราจะมีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆรอบตัวเราได้อย่างง่ายๆ
เราอาจได้ยิ้มทักทายกับคนแปลกหน้า
ได้สังเกตกิริยาท่าทางของคนรอบๆตัว
คุณจะรู้ว่าจิตใจคุณได้ผ่อนคลาย
และที่แน่ๆเราไม่ต้องไปจดจ่อกับรถติดอยู่ในรถ
และคิดอยู่อย่างเดียวว่า มันจะติดไปไหน
แล้วเมือไหร่เราจะถึง(วะ)
บริเวณที่ฉันชอบเดินมากที่สุดคือ
ทางเชื่อมระหว่างสถานีชิดลม ไปสถานีสยาม
เพราะมันเป็นทางยาว กว้าง
และสองข้างทางมีอะไรให้ดูเยอะแยะ
และระหว่างทางที่กำลังจะไปพารากอนจะมีสะพานลอยเชื่อม
วันนั้นฉันเห็นคุณลุงนั่งขายตุ๊กตาถักเป็นรูปสัตว์
ช้าง ควาย ยีราฟ ปู
มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ขายราคาเดียวคือตัวละ 60
บาท
New! 03.09.10
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็พูดถึงกันแต่โลโม่ๆ ใครๆ
ก็เปลี่ยนจากกล้องดิจิตอลที่ให้ภาพสวยสดคมชัด
มาเป็นกล้องโลโม่ที่กลับเข้าสู่ยุคของการใช้ฟิล์ม
แล้วรอลุ้นกับภาพที่จะออกมายาวนานกว่ากล้องดิจิตอลในปัจจุบันอีกครั้ง
นั่นเป็นเพราะกล้องตระกูลโลโม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ที่เมื่อก่อนเคยเป็นเหมือนจุดด้อยของเจ้าพวกกล้องเหล่านี้
ด้วยความผิดเพี้ยนของแสง สี
และความคมชัดที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง
ผลของภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชีทั่วไปคือภาพที่มีสีไม่จัดจ้านเกินไป
ก็หมองหม่น นัวร์ เบลอ มีรอยดำของภาพบ้างล่ะ
ภาพเบลอๆ มั่งล่ะ
แต่เหล่านี้กลายเป็นจุดขายของกล้องตระกูลโลโม่ในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้ว
กับกฎทองของโลโมที่พร้อมแหกกฎได้ทุกเมื่อ
10 ข้อ ดังต่อไป นี้
1.พกกล้องโลโม่ตัวใดตัวหนึ่งไปทุกที่
2.
หยิบมันขึ้นมาใช้ตลอดเวลาที่ต้องการถ่าย
3.โลโม่ไม่ใช่ของประหลาด
จงระลึกไว้เสมอว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ
4.ถ่ายคุณในระดับเอวขึ้นไป
5.เข้าใกล้อะไรก็ตามที่จะใช้โลโม่ถ่ายให้มากที่สุด
6. ไม่ต้องคิดอะไรกับมันมาก
7.ถ่ายอย่างรวเร็ว
8.อย่าพยายามคาดเดาถึงภาพที่จะออกมา
9.และไม่ต้องตื่นตูมภาพที่ได้หลังถ่ายด้วยเช่นกัน
10.ลืมเรื่องกฎซะ
เท่านี้สาวกโลโม่ก็สนุกไปกับการถ่ายรูปได้โดยไม่ต้องคำนึงอะไรใดๆ
ทั้งสิ้น
ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้า
มาทำความรู้จักกล้องโลโม 6 รุ่นยอดนิยมกันเลยดีกว่า
เผื่อใครหลายคนที่ยังไม่รู้จัก
จะได้รู้จักและตกหลุมรัก
พร้อมให้โลโมรุ่นใดรุ่นหนึ่งกลายเป็นกล้องโลโม่คู่ใจชาว
Chicster ไปไหนไปกันเสียที
1.LCA+
กล้องสายพันธุ์รัสเซีย เกิดในยุคปี แปดศูนย์
แรกเริ่มเดิมทีถูกผลิตมาเพื่อใช้ในกิจการสายลับ
โดยรูปลักษณ์ที่ถือว่าปฏิวัติวงการกล้องถ่ายรูปในยุคนั้นโดยมีขนาดเล็กมากเท่าฝ่ามือ
(พอๆ กับกล้องคอมแพค)
จุดเด่นของมันคือความสามารถที่ถ่ายได้ในทุกสภาพแสง
indoor outdoor หรือกระทั่งชัตเตอร์บีที่สาวๆ
นิยมถ่ายเส้นแสงในตอนราตรีนั่นเอง
นั่นเท่ากับว่าเป็นกล้องที่เป็นได้ทั้งนอร์มัลโหมดและแมนนวลโหมด
แต่ในปัจจุบัน LCA
ที่เราเห็นทั่วไปเป็นกล้องรุ่นใหม่ที่ผลิตในประเทศจีน
ฟังก์ชั่นดังกล่าวจึงไม่มี
นอกจากนี้จุดเด่นของมันคือภาพที่ถ่ายออกมาจะมีจุดด้อยที่กลายเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวของกล้องโลโม่ก็คือวิกเน็ต
vignette
คือการที่ขอบของภาพมีสีดำเหมือนเราเบิร์นขอบของมันโดยรอบ
นั่นคือความแปลกใหม่
ที่แสดงออกถึงบรรยากาศที่ดิบของภาพ ซึ่งปัจจุบัน LCA
รุ่นใหม่ได้กลายเป็น LCA+
ซึ่งเป็นกล้องเมดอินไชน่าเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว
New! 06.09.10
วันนี้กลับมาเขียนภาคสองตามคำเรียกร้อง (ของตัวเอง)
เรื่องการช้อบให้คนอื่น แบบช้อบของฝาก
แบบที่เราเสียเงินโดยไม่ได้ได้ของกลับคืนมา
แบบที่เราคิดทุกครั้งก่อนไปเที่ยวว่า
คราวนี้ชั้นจะไม่ซื้อของฝากใครแล้ว
เพราะซื้อทีไรก็เสียเงินมากมายก่ายกองทุกที เป็นไหม
พอเริ่มคิดจะซื้อให้แค่ไม่กี่คน
เราก็อดไม่ได้ที่จะซื้อเพิ่ม
จำนวนของคนที่เราต้องซื้อฝากก็เพิ่มขึ้นทุกทีๆ
คนโน้นก็ต้องซื้อให้ คนนี้ก็ต้องซื้อให้
เดี๋ยวถ้าเพื่อนกลุ่มนั้นได้ แต่กลุ่มนี้ไม่ได้
เค้าจะน้อยใจมั้ยน้า.. แล้วจะซื้ออะไรให้ใครดี
กลายเป็นว่า เสียเวลาซื้อของฝากไม่จบไม่สิ้น
จนไม่เหลือเวลา (และเงิน)
เที่ยวให้ตัวเอง
เชื่อไหมว่า ไอ้ที่เรากังวลเนี่ย
คิดไปเองทั้งนั้น เวลาเราไปเที่ยว เราก็คิดเองเออเอง
ว่าเพื่อนทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตารอของฝาก จริงๆ
แล้วพวกมันก็ตั้งหน้าตั้งตารอของฝากจริงๆ นั่นแหละ
แต่ไม่ได้ทุกคนหรอก แล้วที่สำคัญ
เพื่อนที่รักเราจริง ถ้ามันรู้ว่า
มันทำให้คุณนายต้องปวดหัวกับการหาของฝากจนหมดสนุก
มันคงเสียใจกันไม่น้อย
วันนี้เลยจะเขียนเรื่องการเลือกช้อปของฝากแบบเนียนๆ
ให้ได้สุขใจกันทั้งผู้เที่ยวผู้ไม่ได้เที่ยว
ผู้ให้และผู้รับ
อันแรกนี่เป็น insight
ที่คุณนายค้นพบด้วยตน คือว่า จริงๆ แล้ว
เพื่อนผู้ชายและญาติฝ่ายชายน่ะ ไม่อยากได้ของฝากหรอก
ซื้อให้แค่เพื่อนผู้หญิงก็พอ พอจริงๆ
ถ้าสงสัยว่าข้อสังเกตนี้เป็นเรื่องจริงรึเปล่า
คุณนายลองไปถามเพื่อนผู้ชายสนิทๆ ของคุณนายดู
ว่าของฝากที่ให้ไปจากทริปรอบที่แล้ว เอาไปไว้ไหน
ได้ใช้รึเปล่า
ข้อสังเกตนี้เป็นการปลดแอกคุณนายออกจากพันธนาการอย่างมหาศาลเลยก็ว่าได้
เพราะนอกจากจะเซฟมันนี่ไปอย่างเยอะแล้ว
ยังเซฟความหงุดหงิดใจไปได้หลายขุมอีกด้วย
เพราะการหาของให้เพื่อนผู้ชาย
หรือญาติฝ่ายชายนี่ยากกว่าเพื่อนผู้หญิงเยอะ
ตอนซื้อเราก็ตื่นเต้นดี คิดว่าเพื่อนมันต้องชอบแน่ๆ
แต่พอให้มันจริงๆ ทำไม๊ มันทำหน้าไม่รับแขก
แถมถึงบ้าน
มันก็เขวี้ยงไว้ซักซอกนึงในห้องนอนของมันไป
จะอภิเชทกันซักนิดก็ไม่มี เอาเป็นว่า หยุดค่ะ พอเถิด
หยุดการกระทำอันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
หยุดการซื้อของฝากเพื่อนผู้ชายกันได้แล้ว
อย่าได้คิดว่าเพื่อนมันจะหาว่าเราใจดำ เรางก
เราไม่เป็นคุณนายนางฟ้าที่นึกถึงเพื่อนยามเที่ยว
เพื่อนผู้หญิงเท่านั้นค่ะที่คิดแบบนี้
ถ้าคุณนายกลัวถูกมองว่าใจดำ ก็ซื้อเป็นขนมนมเนย
ช้อคโกเลตโง่ๆ ในดิวตี้ฟรี
หรือกลับไปซื้อที่ซุปเปอร์ในพารากอน
เพื่อนมันยังไม่รู้เลยค่ะ เห็นมั้ย
ง่าย..กว่ากันเยอะ
เพื่อนที่ทำงาน
อันนี้เป็นโจทย์ที่ยากเหมือนกันนะ
เพราะการซื้อของให้เพื่อนที่ทำงานเนี่ย
ก็จำเป็นเหมือนกัน ไม่มีของติดไม้ติดมือเลย
ดูไม่น่าจะงามนัก โดยเฉพาะถ้าลางานกันไปนานๆ
ง่ายสุดเลยก็เป็นขนมนมเนยอีกเหมือนกัน
คราวนี้ช้อกโกเลตโง่ๆ อาจไม่เวิร์ค
เพราะเพื่อนคงสงสัยว่า
ตกลงนี่มันลางานไปเที่ยวหรือหยุดอยู่บ้านกันแน่
ที่เวิร์คมากก็คือขนมนมเนยท้องถิ่นของที่ๆ
คุณนายไปเที่ยวมานั่นแหล่ะ จะดูเอื้อเฟื้อ ช่างคิด
ดูดีมีชาติตระกูลยิ่งนัก
หลุดพันธนาการอันแรกมาได้
มาถึงคนที่เราต้องซื้อให้จริงๆ คราวนี้
อยากให้เพย์แอ๊ดเทนชั่นกันนิดนึง
ว่าต้องซื้ออะไรให้ใครบ้าง
คุณนายแบ่งให้เลยว่ามีอยู่สองประเภทใหญ่ๆ คือ
คนสำคัญจริงๆ
ที่เราคิดอย่างไตร่ตรองและซื้อของเฉพาะเจาะจงให้คนๆ
นั้นคนเดียว กับกลุ่มเพื่อนสาว
หรือญาติฝ่ายหญิงที่ซื้อของ
ที่เราสามารถซื้อของเหมือนๆ กันให้ได้ เดาได้ว่า
พวกเธอเหล่านั้นจะไม่น้อยใจแต่อย่างใด
New! 03.09.10
ขาเป็ดทอดกรอบเนื้อยุ่ยหอมละลายในปาก
เป็นอาหารโปรดที่มักสั่งทุกครั้งหากได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารฝรั่งเศส
โดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศสที่ขาเป็ดบ่มน้ำมันทอดกรอบทั้งหนังและเนื้อแบบนี้
มักมีขายอยู่ทั่วไปตามร้านคาเฟ่
และร้านอาหารทั้งเล็กและใหญ่
โดยมักเสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดและสลัดกองเล็กๆ
ราดน้ำวิเนแกรตเท่านั้น
ทั้งๆ
ที่ดูเหมือนว่าจะยุ่งยาก แต่การทำเป็ดคองฟี (confit
de canard) แบบนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก
การบ่มขาเป็นในน้ำมันเช่นนี้
เป็นกรรมวิธีถนอมอาหารแบบโบราณที่ชาวฝรั่งเศสทำมาเป็นร้อยปีแล้ว
เป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นจากความจำเป็นที่เมื่อก่อนไม่มีทั้งตู้เย็นและเทคโนโลยีการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้ทานตอนหน้าหนาวที่มักเพาะปลูกได้ไม่ดี
อีกอย่างคือว่า
เมื่อก่อนครอบครัวมักอยู่รวมกันหลายคน
หม้อไหในบ้านก็มีขนาดใหญ่
เหมาะกับการทำอาหารจานนี้เป็นที่สุด
สูตรนี้ดิฉันได้มาจากคุณเจมี่
โอลิเวอร์ ซึ่งอ่านดูแล้วทำได้ไม่ยาก
และลองทำดูแล้วไม่เลอะเทอะครัวทำให้ต้องล้างเก็บวุ่นวาย
แถมยังไม่ต้องดูแลหน้าเตาตลอด
สามารถทำไปแล้วทำงานอื่นไปได้ด้วย
และเมื่อทำสำเร็จแล้ว
ยังสามารถนำขาเป็ดที่ได้ไปดัดแปลงเป็นอาหารอร่อยๆ
ได้หลายอย่าง
จึงขอนำมาแบ่งปันกันดังนี้ค่ะ
ส่วนผสม
•
ขาเป็นสด 6 ขา (ขนาดขาละประมาณ 3 ขีด)
•
จูนิเปอร์ เบอรรี่ (Juniper Berries)
สมุนไพรแห้งมีขายเป็นขวดตามซูปเปอร์มาร์เก็ต 10 เม็ด
• กานพลู 4 ก้าน
• เกลือสมุทร
• ใบเบย์แห้งหรือสดก็ได้ 6-7 ใบ
•
ไทม์แห้งหรือสดก็ได้ 1 ช่อ
•
ไขมันเป็ดกระป๋อง 1.75 กก. (มีขายตามซูปเปอร์ใหญ่ๆ
หรือหากต้องการสามารถไปขอซื้อที่ร้านเป็ดย่างที่รู้จักกันได้ค่ะ
ซึ่งเวลาซื้อมามักได้ซอสเป็ดที่เขาใช้ปรุงขณะย่างปนมาด้วย
ให้เทน้ำมันที่ได้มาลงถ้วยทรงสูง
ทิ้งไว้จนไขมันลอยขึ้น จากนั้นค่อยๆ
เทเฉพาะส่วนไขมันเก็บไว้เรื่อยๆ
จนพอใช้ค่ะ)
วิธีทำ
วันแรก –
นำขาเป็ดมาล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง
พักไว้ในถาดหมักที่สามารถใส่ขาเป็ดได้หมด
เคลียร์พื้นที่ในตู้เย็นเพราะต้องนำเข้าตู้เย็น 1
วัน ตำจูนิเปอร์ เบอรรี่ กานพลู ใบเบย์ ไทม์
เกลือเข้าด้วยกัน นำไปทาขาเกลือให้ทั่วทุกขาในถาด
ปิดฝาด้วยฟิล์มพลาสติก หมักในตู้เย็นทิ้งไว้ 1
คืน
วันที่สอง – คราวนี้ต้องใช้กระทะเหล็ก
หรือกระทะเนื้อหนาที่สามารถทนความร้อนได้สูง
นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ไว้ นำขาเป็ดออกมาจากตู้เย็น
ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้ง นำขาเป็ดใส่กระทะ
ตามด้วยไขมันเป็ด ทอดด้วยไฟอ่อนที่สุดไปเรื่อยๆ
ประมาณ 2 ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ตอนนี้สามารถไปทำงานบ้านอื่นๆ หรือดูดีวีดีได้
แต่หากมีเด็กต้องระวังอย่าให้ไปวิ่งเล่นซนในครัว
เพราะน้ำมันเป็ดที่ร้อนระอุบนเตานั้นอันตรายมากๆ
เมื่อได้เวลาตามกำหนด ลองใช้คีมหนีบขาเป็ดออกมา
หากได้ที่แล้วขาเป็ดควรเปื่อยยุ่ยออกจากกระดูกได้โดยง่าย
New! 03.09.10
ขึ้นหัวเรื่องมาซะแร๊ง แรง
แต่อย่าแอบเถียงนะจ๊ะว่าชั้นน่ะยอม!
ขึ้นชื่อว่าสำนวนไทย
ยังไง๊ ยังไงก็ต้องสะท้อนมาจากวิถีชีวิตของเราๆ
นี่ล่ะค่ะ สามีนะคะไม่ใช่ขนมจีบ-ซาลาเปา
จะได้หาซื้อกันง่ายๆ ตาม 7-11
กว่าจะได้เป็นคู่ครองกันมา
เชื่อแน่ว่าเรื่องราวของหลายคู่นั้นมีมากมาย
บางคู่น้ำเน่าจนละครหลังข่าวยังอาย
ส่วนบางคู่ก็กุ๊กกิ๊กไม่แพ้ละครเกาหลี
บางคู่ก็ซับซ้อนซ่อนกันไปมาอย่างกับหนังอินเดีย
ฝ่าฟันกันมาขนาดนี้ จะมายอมให้โดนแย่งง่ายๆ
ได้ยังไงกัน
ของๆ ใคร ของใครก็หวง
คุณไม่ผิดค่ะที่รักสามี
แต่อย่าลืมทำตัวให้ดูดีนิดส์นะคะ
ไอ้วิธีแบบเดินไปชี้หน้าด่า ตามไปจิกผม รุมทึ้ง
รุมตบ น้ำกรดสาด ต๊ายยย
อันนั้นมันของนางอิจฉาในตัวละครค่า
ใครคิดจะใช้ความรุนแรง ขอบอกว่าเก็บแรงไว้ดีกว่าค่ะ
เราเป็นปัญญาชน ไม่ควรใช้กำลังตัดสินปัญหา
ใช้ปัญญาเริ่ดกว่าเยอะค่ะ เรามาก่อน
ยังไงก็เป็นนางเอกนะคะ สวยๆ ไว้!
เพราะชีวิต
คือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป...
ยังค่ะ ยัง
ยังไม่ได้ให้ปลง แต่ให้รู้เท่าทันค่ะว่าของใหม่
อาจมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ
แต่มันก็สดใสได้ไม่นานหรอกค่ะ ของแบบนี้
เข้ามาแล้วก็ผ่านไป ขึ้นอยู่กับว่า
“คนของเรา” จะ “หลง”
นานเท่าไหร่ แต่ขอให้เชื่อไว้ว่า มันก็แค่
“หลงใหล” ไม่ใช่ “หลงรัก”
แน่ๆ ค่ะ
อย่างนี้มันต้องเคลียร์
ถ้าอึดอัดและมั่นใจ อยากให้
“เคลียร์” กับคนของเราก่อนค่ะ
“ตบมือข้างเดียวไม่มีทางดัง”
มีแต่จะเหนื่อยเปล่าๆ
รับรองว่าร้อยทั้งร้อยคนของเรามันก็ต้องมีแว๊บๆ บ้าง
แต่นั่นไม่เป็นไรค่ะ
นางเอกอย่างเราต้องให้อภัยได้อยู่แล้ว (ใช่ไหมคะ)
ตามมาด้วยการเคลียร์กับ “คนนั้น”
ก่อนอื่นสูดหายใจเข้าแรงๆ ออกยาวๆ
นะคะ
เริ่มต้นด้วยการตั้งจิตใจว่าเค้าอาจจะไม่รู้
อาจจะไม่ตั้งใจ ไม่ได้ฟังเป็นนางเอกไปหรอกค่ะ
แต่เรื่องแบบนี้น่ะ ใครมันจะไปรู้
น้องเค้าอาจจะเผลอใจเพราะพ่อตัวดีของเราคารมคมคายก็ได้
ไปโกหกว่าโสดไว้ทั่ว บางคนเค้าเชื่อว่าจริงก็ซวยไป
กลายเป็นมือที่ 3
แบบไม่ตั้งใจ
แต่ถ้ารายไหนชัดเจนว่าหนูอยากอยู่เป็นอีกคนของสามีเรา
อันนี้ต้องเคลียร์ค่ะ แหม…คุณน้องขา
สามีนะคะไม่ใช่ปลั๊กสามตา จะได้ใช้ร่วมกันได้เรื่อยๆ
































ShareThis
