การตกแต่งบ้านแบบสมัยใหม่หรือให้ตรงตามที่คุณต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คุณๆ คิดค่ะ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ดูง่ายไปหมด ไม่ใช่ว่าจะเป็นการเลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว แต่เรื่องของโครงสร้างหรือองค์ประกอบย่อยๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้บ้านหรือห้องนั้นๆ ดูมีสไตล์มากขึ้นเหมือนกัน

สัปดาห์นี้ ChicMinistry เราขอเสนอแบบกระเบื้องโมเสค (Mosaic) ที่จริงๆ แล้วมีมากมายกว่าที่คุณคิค
กระเบื้องโมเสค(Mosaic) เป็นกระเบื้องเล็กมีขนาดตั้งแต่ 10 มม. ไปจนถึง 30 มม. มีทั้งสีเรียบและมีลวดลายในตัว เงา มันและด้าน ข้อดีของการเลือกใช้กระเบื้องโมเสคในการปูพื้นก็คือ พื้นจะไม่ค่อยลื่นเมื่อเปียกน้ำเพราะการปูกระเบื้องโมเสคนั้นต้องมีการเว้นร่องด้วยปูขาว ทำให้ผิวของน้ำไม่เรียบจนเกินควร หรือหากใครต้องการนำกระเบื้องโมเสคมาตกแต่งที่กำแพงเพื่อให้มีลวดสายสวยงามก็ได้เช่นกันค่ะ ที่สำคัญคือคุณสาวๆ สามารถติดเองได้ด้วยตัวเองค่ะ กิจกรรมแบบนี้เก๋ไม่เบาเลย
 
Art Mosaic 
ออกแบบภาพบนกระเบื้องโมเสคขนาด 1x1 cm. สามารถได้ภาพตามจิตนาการของคุณเลยค่ะ อันนี้อยากได้แบบใดก็สามารถทำได้ตามใจชอบเลยถ้าพูดถึงเรื่องของการสื่อสาร ก็คงหนีไม่พ้น “การฟัง” และ ”การพูด” การสื่อสารที่ดีนั้น ก็ควรมีทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ถ้าเอาแต่พูด ไม่ฟังกัน หรือเอาแต่รอฟัง ไม่ยอมพูดกัน คงเป็นการสื่อสารที่ไม่เวิร์คนัก

ยิ่งเป็นเรื่องในครอบครัวแล้ว การสื่อสารนั้นยิ่งสำคัญมาก บางครั้งการพูดจากันก็เพิ่มสายใยให้กับชีวิตคู่ได้ ไม่ต่างจากการกระทำ แต่อย่างที่เคยบอกว่า เมื่อมีผู้พูด ก็ต้องมีผู้ฟัง เรามาลองดูกันดีกว่าว่า “ฟัง” อย่างไร จึงจะสานสายใยในครอบครัวได้ดี

Hearing …ฟังผ่านหู 

การฟังเพื่อจะทำอะไรสักอย่าง เราใช้การฟังแบบผ่านหู ฟังแบบนี้หมายถึงฟังเพื่อรับคำสั่งอะไรบางอย่าง ในชีวิตคู่การฟังผ่านหู เป็นการฟังที่เราจะไม่เก็บมาคิด เช่นเรื่องราวนินทา เรื่องแย่ๆ ที่เทสาดใส่กันยามทะเลาะ หรือเรื่องเก่าๆ ที่ขุดมากระแนะกระแหนเวลาไม่พอใจ เรื่องไร้สาระเหล่านี้ขอให้ฟังเพียงผ่านหู แล้วผ่านเลยไป ไม่ต้องคิดและใส่ใจ จะลดพื้นที่แย่ๆ ในจิตใจของเราได้เยอะค่ะ

Listening …ฟังผ่านใจ 

การฟังผ่านใจเป็นการฟังแล้วนำสิ่งที่ได้รับฟังมาคิด มาไตร่ตรองก่อนลงมือทำอะไร หรือประทับไว้ในใจเพื่อเตือนตนเอง เป็นการฟังที่ต้องใช้ทั้งสมองและจิตใจ คือใช้สมองหาเหตุผล และใช้จิตใจหาความเข้าใจ บางครั้งหากว่าคู่ของเราพูดอะไรออกมา ในเรื่องที่มีประโยชน์ ในเรื่องที่มีแง่คิด หรือแม้แต่สะท้อนพฤติกรรมของเรา ให้ลองหยุดฟังแล้วคิดตาม หรือใช้ใจค้นหาความหมายเพื่อความเข้าใจสักนิด อย่าปล่อยให้มันผ่านเลยไป หรือพูดๆๆ เถียงไม่ฟังกันเลย สิ่งที่เขาต้องการสื่อมานั้นก็จะกลายเป็นเพียงลมปากที่มาประทะอากาศรอบๆ ตัวเราเท่านั้นเอง
วันนี้ Chicministry ขอเสนอวิธีการดูแลบ้านเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันกันหน่อยค่ะ 
เพราะด้วยเงินทองที่หายาก ข้าวของเรื่องใช้ก็แพงแสนแพงแบบนี้ เราต้องรู้จักวิธีประหยัดกันหน่อยแล้ว การดูแลบ้านแบบแม่บ้านสมัยใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แค่รู้ว่าอะไรมีหน้าที่แบบไหนแล้วใช้มันให้ถูกวิธีแค่นี้เป็นอันเสร็จเรื่อง แต่ถ้าจะให้ดีให้ครบ คุณสาวๆ ต้องรู้วิธีการประหยัดพลังงานภายในบ้านด้วย เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในครบครัวอีกทาง เชื่อว่าเรื่องบางเรื่องคุณต้องรู้กันมาบ้างอยู่แล้ว แต่วันนี้เราขอมาเตือนความจำกันหน่อย เผื่อบางท่านอาจจะละเลยกันไป
อาทิตย์นี้เราขอบอกเคล็ดลับการประหยัดพลังงานข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านเพื่อลดค่าใช้จ่ายกันดูค่ะ

1. หลอดไฟ: การที่เราปล่อยให้คราบสกปรกติดในหลอดไฟโดยที่ไม่เลยเปิดออกมาทำความสะอาดเลยแบบนี้ไม่ดีนะคะ เพราะจะทำให้เราใช้แสงไฟที่ไม่สว่าง นั่นคือการที่เราเสียงพลังงานของแสงไปโดยไม่รู้คุณค่า 
• เปิดเอาหลอดไฟออกมาเช็ดทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง คุณจะเห็นเลยว่าแสงไฟภายในบ้านนั้นสว่างขึ้นมาก 
• ที่สำคัญอย่าเปิดไฟเต็มบ้านล่ะ อยู่ตรงไหนก็เปิดแค่ตรงนั้น ส่วนที่ไม่มีคนอยู่ก็ปิดให้เรียบร้อยแบบนี้ช่วยลดค่าไฟได้ชัวร์

2. แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ: คนบางคนแนะนำให้เราปิดแอร์ทุกครั้งที่ไม่อยู่ในห้อง แต่เชื่อหรือไม่ค่ะ ว่าแอร์จะทำงานหนักที่สุดตอนที่เปิดเครื่อง เพราะระบบจะทำให้ห้องที่อยู่นั้นมีความเย็นตามที่เรากำหนด 
• หากคุณไม่ได้ออกไปไหนนานๆ หรือออกไปเพียงไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็กลับเข้ามานอน หรือทำงานที่ห้องเดิม ขอแนะนำให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ก็ได้ค่ะ อย่าเปิดๆ ปิดๆ บ่อยคนเกินไป แบบนั้นค่าไฟบานตะไทแน่นอน 
• ควรตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณภูมิที่กำลังสบาย เพราะการเที่เราเริ่มอุณหภูมิขึ้น 1 องศา นั้นคือการที่ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10 กันเลยทีเดียว

3. ตู้เย็น: การวางหรือตั้งตู้เย็นก็เป็นเรื่องสำคัญนะคะ เชื่อหรือไม่ว่าการตั้งตู้เย็นผิดที่ก็สามารถทำให้เราต้องเสียค่าไฟโดยใช่เหตุได้เหมือนกัน 
• เคยทราบไหมค่ะว่าการตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังประมาณ 15 เซนติเมตร จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 10 % กันทีเดียว
 ใครๆ ก็มีอดีตกันทั้งนั้นล่ะค่ะ แต่ไม่ว่าจะแสนดีหรือเลวร้าย ต่างก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วทั้งนั้น มันไม่มีทางย้อนกลับไป เพื่อแก้ไขหรือลบล้างออกไปจากใจและความเป็นจริงได้

ขึ้นชื่อว่าชีวิตคู่ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “คู่” มีมากกว่าสองเมื่อไหร่ เรื่องยุ่งๆ มักตามมาเสมอ แต่ส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นมานั้นอาจจะไม่น่าหนักใจเท่าไหร่หากเป็นของใหม่ ที่อาจจะตื่นเต้นชั่วคราว จะไปเข้าใจอะไรกับคนที่รักกันจริงและรู้ซึ้งกันทุกสิ่งในชีวิต

แต่ถ้าส่วนเกินนั้นเป็นคนเคยๆ ที่อาจจะเคยรักมากกว่าเราด้วยซ้ำ เรื่องก็มักจะไม่ง่ายเท่าไหร่ เพราะถ่านไฟเก่านั้นมีติดง่าย คุไว และไหม้เร็วเสมอ แน่นอนว่าทุกปัญหาต้องมีทางแก้ แม้ว่าจะยากแค่ไหนถ้ามั่นใจในการสร้างชีวิตคู่ ให้ไปตลอดรอดฝั่งแล้วล่ะก็ ขอให้มองปัญหาถ่านไฟเก่าอย่างมีสติด้วยค่ะ

ถ่านไฟเก่า เราอย่าเริ่ม

เตือนสติตัวเองแรงๆ ว่าเขาหรือเธอคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ถ้าแสนจะเลิศก็ขอให้เก็บไว้แค่ความทรงจำดีๆ ที่ทำให้ยิ้มได้ในวันแย่ๆ แต่ถ้าถ่านก้อนนี้มันเลวร้ายร้อนจนพองก็ไม่น่ากลับไปเท่าไหร่ ถ้าไม่อยากประวัติศาตร์ซ้ำรอย เตือสติตัวเองแรงๆ ว่า “เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือ…”

ตบมือข้างเดียว ไม่มีวันดัง 

ข้อนี้สำหรับบ้านไหนที่เริ่มระแคะระคายว่าคู่ของตนมีถ่านไฟเก่าเข้ามาแวะเวียน อยากให้ใช้สติคุมเชิงดูก่อน ถ้าขาเตียงแข็งแรงมั่นคงดี ให้เชื่อใจเป็นที่ตั้ง เพราะอดีตก็คืออดีต แม้จะหอมหวานเพียงไหน มันก็แค่สิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่ถ้าบ้านไหนขาเตียงไม่ค่อยแข็งแรง อยากให้เริ่มจากทำที่บ้านให้มั่นคงก่อน ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว เป็นรูโหว่ชั้นดีของปัญหาถ่านไฟเก่า

ตัดไฟแต่ต้นลม

หักดิบด้วยการราดน้ำซะเลย ถ่านที่ว่าร้อนเจอน้ำก็ดับได้ น้ำว่าน้ำนะคะ ไม่ใช่น้ำมัน เดี๋ยวปัญหาจะไปไกลกันใหญ่ วิธีง่ายๆ ในการราดน้ำคือเปิดใจกันไป สงสัยก็ถามกันตรงๆ บางครั้ง เรื่องราวอาจจะไม่ได้เยอะและยุ่งอย่างที่คุณคาดคิดก็ได้
 
มุมโปรดของบุคคลชื่อดังในวันนี้เราขอนำชาว Chicster ไปดูบ้านของคุณเฟิร์ส พชรัตน์ แฮริสัน กันค่ะมาดูกันซิว่ามุมโปรดของสาวสวยที่มากความสามารถคนนี้จะโปรดมุมไหนในบ้านมากที่สุด
เมื่อเจอหน้าเจอ ขอบอกเลยค่ะว่าคุณเฟิร์สเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงแจ่มใสตลอดเวลา เธอเดินมาพร้อมรอยยิ้มที่สดใสพร้อมพาเราเข้าชมคอนโดที่เธออยู่กับสามีมาได้ประมาณ 6 เดือน มาคุยกับเธอกันดีกว่า

คุณเฟิร์สทำงานอะไรอยู่บ้างคะ 
“ตอนนี้เฟิร์สทำงานหลักอยู่กับที่บ้านค่ะ บริหารโรงงานชื่อว่า KT Plastics Industry Co., Ltd. ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ส่วนงานเสริมทำเว็ปไซต์ขายจิวเวลรี่อยู่ค่ะ” อย่างนี้มีเวลาได้อยู่บ้านตอนไหนบ้างหรอค่ะ “ส่วนมากแล้วจะเป็นช่วงเย็นค่ะเพราะตอนเช้าเราก็ออกไปทำงาน ออกจากที่ทำงานก็ประมาณ 4-5 โมงเย็น ต่อจากนั้นอาจจะแวะซื้อกับข้าวมาทำ แล้วก็เข้าบ้าน”

เมื่อขึ้นไปถึงห้องของเธอ 
ขอบอกเลยว่าห้องเธอหน้าอยู่มากค่ะ ขนาดพอดิบพอดี สะอาดสะอ้าน ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป รู้สึกถึงความสบายสุดตัวจริงๆ เลยสงสัยว่าคุณเฟิร์สอยู่ที่นี่มานานเท่าไรแล้วคะ แล้วก่อนหน้านี้ล่ะอยู่คอนโดหรือว่าบ้าน “เฟิร์สอยู่ที่นี่มาได้ประมาณ 6 เดือนแล้วค่ะ ตั้งแต่แต่งงานเลยย้ายมาอยู่ที่นี่ตลอด ตอนแรกอยู่บ้านกับคุณพ่อ-คุณแม่มาตั้งแต่เกิด ไม่เคยอยู่คอนโดเลย ที่เลือกมาอยู่ที่เพราะตอนนั้นแต่งงานเลยอยากหาที่ๆเหมาะกับเรา ว่าไปตอนนี้ก็มีโปรเจกต์ว่าจะสร้างบ้านอยู่แถวๆ นอกเมืองอยู่เหมือนกันค่ะ”
ทำไมถึงชอบที่นี่คะ “เพราะถูกใจในคุณภาพค่ะ เวลาดูคอนโดเราจะเคาะตามกำแพงเพื่อฟังเสียงว่าแน่นหนาได้คุณภาพแค่ไหน รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เขาก็ให้มาพร้อม ที่สำคัญคือสะดวกกับการเดินทางเลยถูกใจมากๆ”

มุมโปรดของเธอ 
เมื่อถามคำถามนี้คุณเฟิร์สเป็นต้องยิ้มหนักกว่าเดิมพร้อมเอ่ยว่า “ห้องครัวค่ะ… ชอบมากๆ สามารถอยู่ในห้องนี้ได้เป็นชั่วโมงๆ ไม่มีเบื่อ” ทำไมถึงชอบห้องครัวล่ะคะ ชอบทำอาหารหรอ “ใช่แล้วค่ะ ชอบมากๆ จำได้ว่าชอบทำมาตั้งแต่เด็ก เพราะตอนนั้นพี่เลี้ยงลาออกคุณแม่เลยบอกว่าให้หัดทำไม่อย่างนั้นก็อดทาน ตั้งแต่นั้นมาเลยค่อยๆ หัดทำมาเรื่อยๆ และรู้เลยว่านี่เป็นสิ่งที่เรารักและทำได้ดี (เธอหัวเราะพร้อมบอกว่าสามียังบอก!) ต่อมาพอเราทำเป็นก็เหมือนมันเป็นหน้าที่ของเราไปเลย ตอนเช้าต้องตื่นมาทำอาหารให้คุณพ่อและคุณแม่ทานทุกวันแล้วค่อยออกไปจากบ้าน พูดได้เลยว่าทุกครั้งที่เฟิร์สได้เข้าห้องครัว ถึงจะทำอาหารนานหรือเยอะแค่ไหนก็ไม่เหนื่อย ไม่ขี้เกียจและไม่เบื่อ ทำได้ตลอดเวลา ทุกประเภทตั้งแต่ไทย จีน อิตาเลียน ขนม พายทุกชนิด และอีกเยอะแยะค่ะ เพราะเป็นคนชอบสรรหารวมทั้งสามีก็ชอบให้ทำให้ทาน เลยหาอะไรใหม่ๆ มาทำเรื่อยๆ เฟิร์สชอบเห็นคนทานอาหารของเรา เวลาเห็นแล้วมีความสุข เลยทำให้ชอบจัดปาร์ตี้ที่บ้านชวนเพื่อนมาทานอาหาร นั่งคุยกันแบบนี้สนุกดี”
 
ใครว่าอาการหึงหวงจะมีแค่ตอนจีบกันใหม่ๆ หรือช่วงโปรโมชั่นเท่านั้น บางคู่ยิ่งแต่งงานแล้วกลับยิ่งหึงยิ่งหวงกันเข้าไปอีก เพราะถือความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวอีกฝ่าย จนบางครั้งแทนที่จะรู้สึกดีกลับกลายเป็นน่าอึดอัดและรำคาญไปซะนี่

ถ้าถามว่าอาการหึงนั้นเกิดจากอะไร ก็ต้องตอบว่าความรักค่ะ แต่อาจจะเป็นรักที่เยอะไปสักหน่อย เป็นรักที่ไม่สมดุล คือรักผู้อื่นเกินไปจนล้น เป็นรักแบบยึดถือเอาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และคิดว่าเขาเกิดมาเพื่อชั้นคนเดียวเท่านั้น แถมเป็นรักที่ไม่ไว้ใจ เป็นรักขี้ระแวง แต่ในขณะเดียวกัน คนขี้หึงเองก็จะมีความรักตัวเองต่ำเหลือเกิน จึงพยายามผูกเอาความรักที่มีจากคนอื่นไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่ตลอดเวลา

บางคนแค่สามีคุยกับเพื่อนบ้านก็คิดไปต่างๆ นานาแล้วพาลโกรธจนลมออกหู เรียกได้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตสามีชั้น ชั้นหมายหัวเอาไว้หมด เวลาออกไปเที่ยวไหน เห็นสามีมองใครไม่ได้เป็นต้องอนหน้างอ หูเบาเชื่อคนง่ายใครมาเล่าอะไรหน่อยก็รีบไปวีนทันที แถมวันๆ ไม่ดูแลตัวเองเอาแต่จับผิดสามี

หึงขนาดนี้ไม่ดีแน่ 
เรามาดูวิธีหึงหวงแบบผิดๆ กันก่อนดีกว่า 
.
• ตามจิกตลอดเวลา ว่างไม่ได้เป็นต้องโทรเช็คว่าอยู่ไหน ทำอะไร ไม่ว่าจะรักกันแค่ไหน เราก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวกันทั้งนั้น ทำแบบนี้ ใครๆ ก็เหนื่อยใจล่ะค่ะ

• แสดงตนให้คนทั้งโลกรู้ว่าคนๆ นี้ชั้นเป็นเจ้าของ เวลาสามีไปไหนเป็นต้องตาม ไม่ว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน ไปคุยงานกับเลขา คุณจะต้องเป็นเสมือนเงาตามตัว แหม…สามีนะคะไม่ใช่นักโทษที่คุณต้องคอบคุมตลอดเวลา ให้เขาหายใจหายคอบ้างก็ดีค่ะ

• วีนต่อหน้าประชาชี การใช้อารมณ์เหนือเหตุผลดูไม่ดีเลยในฐานะภรรยา คุณไม่ใช่สาวโคโยตี้ที่ต้องคอยแย่งอาเสี่ย เพราะฉะนั้นสวยๆ นิ่งไว้ รอดูสถานการณ์ก่อนดีกว่าค่ะหึงแค่ไหน เรียกได้ว่าพอดี อาการหึงหวงแบบพอดีมีลิมิตจนไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องปวดใจ คือการแสดงให้รู้ว่ายังมีคนห่วงใย และใส่ใจ แต่ไม่ใช่จับผิด

• พื้นที่ส่วนตัว เวลาส่วนตัว การเช็คโทรศัพท์หรืออีเมล์ของสามี เป็นเรื่องที่คุณทำได้ ไม่ผิด แต่ถามสักนิดว่าคุณรับได้ไหม? ถ้าหากมีอะไรที่ทำให้คุณต้องคิดมาก เพราะฉะนั้นให้ปล่อยให้เขามีพื้นทีส่วนตัวบ้างน่าจะเป็นเรื่องที่ดี และเป็นมารยาทที่ดีด้วย เพราะพื้นฐานของครอบครัวคือ “ความเข้าใจ และไว้ใจกัน” ถ้าคิดถึงข้อนี้ได้ ก็ปล่อยให้เขาได้มีพื้นที่และเวลาส่วนตัวบ้างเถอะค่ะ

• ตามรอยผู้ดี ผู้หญิงเราบางทีรู้ทั้งรู้แต่ก็ต้องแกล้งเป็นไม่รู้บ้างในบางเรื่อง เพราะบางอย่างเวลาจะเป็นตัวแก้ไขปัญหาได้ดี การผลุนผลันทำอะไรไปก่อนโดยไม่ได้ไตร่ตรอง อาจจะทำให้คุณต้องเสียใจไปอีกนานก็เป็นได้ การแกล้งโง่ที่จริงแล้วเป็นการให้เราได้รวบรวมข้อมูลและคิดสะระตะให้ดีก่อนจะทำอะไร เรียกว่าให้มีสติก่อนจะทำนั่นเองค่ะ

FAMILY GUIDE
ว่าด้วยกลวิธีการ ประสานสัมพันธ์ ในครอบครัวในฐานะ “ลูก” ทำอะไรกิ๊บเก๋ ให้พ่อแม่ได้มากกว่าที่คิด
FIX & DETAIL
วิธีการดูแลบ้าน แบบง่ายๆ เทคนิคการ ทำงานบ้านแบบ แม่บ้านสมองไว
GREEN YOUR HOME
ไอเดียการเติมสีเขียว ให้บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูก ต้นไม้ในพื้นที่แคบ การรีไซเคิลของ ใช้ในบ้าน วิธีการทำบ้าน ไม่ให้ร้อน ฯลฯ

Sign up for your free weekly Chicministry update about the latest in fashion, food & fun.

Select your interests

Fashion Ministry

Chic Beauty

Chic Mind & Body

Social Ministry

Chic Career & Relationship

Chic Lifestyle

Chic Travel

Chic Food & Leisure

Chic Home & Family

subscribe >