สำหรับสาวๆ แล้วนิยายสักเล่มที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในโลกของอดีตที่เต็มไปด้วยความสวยงาม คอร์เซ็ตสวยๆ กระโปรงทรงสุ่ม พระราชวังอันแสนงดงาม คงให้ความรู้สึกดีเหมือนเราเข้าไปอยู่ในยุคทองของฝรั่งเศส การได้รับบทบาทเป็นเจ้าหญิงสักครั้งในชีวิต เธอคนนี้ก็เช่นกันค่ะ สาวจุ๋ย จรสพรรณ สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา เพียงแต่เจ้าหญิงคนนี้นั้นมีตัวตนอยู่จริง แถมยังเป้นบุคคลที่สำคัญมาในประวัติศาสตร์อีกด้วย กับหนังสือเล่มนี้ค่ะ “บันทึกลับ มารี อ็องตัวแนตต์ (The Hidden Diary of Marie Antoinette)”

“บันทึกลับ มารี อ็องตัวแนตต์ เป็นเล่มที่จุ๋ยชอบมาก เพราะชอบหนังสือที่อ่านแล้วได้หลายแง่มุม เล่มนี้เหมือนจะเป็นเรื่องแค่ประวัติศาสตร์ แต่จริงๆ แล้วมีอะไรมากกวานั้น ถ้าตามประวัติศาสตร์แล้วในสมัยนั้นมารีอ็องตัวแนตต์จะเป็นบุคคลที่ชาวฝรั่งเศสต่อต้าน แต่ในหนังสือเล่มนี้พยายามสื่อในแง่มุมของมารีอ็องตัวแนตต์ที่ผู้คนยังไม่รู้ อีกอย่างที่จุ๋ยชอบคือเรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ ของฝรั่งเศส พิธีในราชสำนัก ที่จะมีเรื่องราวน่ารักๆ มีหลายพิธีที่เราประทับใจ จุ๋ยว่าการที่เราอ่านหนังสือมันทำให้เรามีจินตนาการมากกว่าเวลาเราดูละครหรือภาพยนตร์ เวลาเค้าบรรยาย เสื้อผ้าหน้าผม เรารู้ได้ถึงความสวยงาม ภาพเจ้าหญิงในหัวเรามันสวยงามมาก เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ได้จากการอ่านหนังสือค่ะ”
สวัสดีสาวชิคสเตอร์ทุกคน แล้วก็กลับเข้าสู่เดือนที่เต็มไปด้วยความหวานอีกครั้ง อย่างเดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่บรรจุวันแห่งความรักเอาไว้นั่นเอง ยิ่งใกล้วันแห่งความรัก บรรยากาศก็เป็นใจมากขึ้นทุกที สายฝนโปรยปรายบางเบา พอให้หัวใจชุ่มฉ่ำ และพาสายลมอ่อนมาแตะเนื้อตัว แหม... โรแมนติกเสียนี่กระไร

วาเลนไทน์ทั้งที เชื่อเหลือเกินว่าสาวๆ ชาวชิคหลายต่อหลายคนต่างก็เฝ้ารอวันที่หอมหวานไปด้วยพลังรัก (พูดเองก็เขินเอง) เราเลยไม่ยอมตกเทรนด์ขอหาของขวัญเอาใจสาวไอทีเลิฟเวอร์ให้เข้ากับเทศกาล ในแบบที่ งานนี้ ขอหวานไว้ก่อน ก็แล้วกัน

1 Speakal iPom 2.1 Stereo Speaker 
เริ่มต้นวันแห่งความรักด้วยแก็ตเจ็ตรูปร่างหน้าตาของดอกไม้ ในกระถาง 2 ดอก เพราะผู้หญิงสวยกับดอกไม้หวานแหววเป็นของคู่กัน อย่างไม่มีใครปฏิเสธ

แต่เจ้าดอกไม้คู่นี้เก๋ไก๋กว่าดอกไม้คู่อื่นๆ ตรงที่มันถูกออกแบบมาเป็นลำโพงคู่ เอาใจสาวชิคสเตอร์ผู้หลงรักเสียงเพลงทุกคน โดยเจ้าดอกไม้คู่นี้ใส่ไว้ในลูกแอ๊ปเปิ้ลที่ทำหน้าที่เหมือนกระถางดอกไม้ดีๆ นี่เอง โดยที่บนลูกแอ๊ปเปิ้ลทั้งสามสี ทั้ง แดง ขาว และเขียวนี้ เป็นที่วางไว้ซึ่งแผงคอนโทรลสำหรับฟังเพลง เจ้าสปีกเกอร์หวานทั้งสามสีนี้ นอกจากจะสามารถเล่นเพลงโดยทำหน้าที่เป้นลำโพง แล้วเล่นเพลงตามเครื่องเล่น MP3 แล็ปท็อป และสมาร์ทโฟนแล้ว 

มันยังสามารถเล่นผ่านSD Card และธัมป์ไดรฟ์ ที่มีไฟล์เพลงบันทึกไว้ทั้งหลายอีกด้วย สาวคนไหนมองหาลำโพงสำหรับเปิดฟังเพลงแล้วละก็ ดอกไม้คู่นี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว
หากคุณยังจำกันได้ เราเคยได้พูดถึง ผู้หญิงคนนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งในคอลัมน์นี้ ..แต่ตอนนั้น เป็นครั้งแรกของเธอ กับการออกอัลบั้มเดี่ยว การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของสาวน้อยจอมพลัง (เสียง) ที่โลกต้องโก้งโค้ง เธอผู้นั้นก็คือ “Charice Pempengco” นั่นเอง

ความภาคภูมิใจของชาวเอเชียที่เจิดจรัสไกลไปถึงตลาดโลก กับการกลายเป็นที่ยอมรับของคอเพลงหมู่มาก ด้วยระดับความเป็นศิลปินคุณภาพที่สูง ต่างกับอายุที่ยังดูเป็นเด็กสาววัยมัธยมกันอย่างสิ้นเชิง ..ผ่านมา สองปี เมื่อนับจากอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเธอเป็นชื่ออัลบั้ม กับชื่อเสียงที่นับทบทวีความรู้จัก และเข้าไปอยู่ในใจของคนมากขึ้นเรื่อยๆ ...ก็คงไม่มีอะไรให้สงสัยอีกแล้วว่า เธอคือเด็กร้องเพลงที่มาแบบแปบๆ แล้วก็ไป หรือจะยังคงเติบใหญ่ในวงการเพลงโลกได้อย่างยาวนาน กันแน่?

แม้การรอคอยการกลับมา มันอาจจะดูแสนสั้นไปซะหน่อย กับการจะมีอัลบั้มเดี่ยวชิ้นใหม่ให้คลอดตามออกมา ..แต่ถ้าลองว่าเพลงที่จะปล่อยออกมา คือ เพลงที่เขามั่นใจว่า มีของดีแล้ว มันก็ยังน่าลองของอยู่ดี ไม่ว่าจะมาข้าหรือมาเร็ว

Charice ในอัลบั้มที่ 2 ได้ให้ชื่อ “Infinity” ที่แปลเป็นความหมายแบบไทยๆว่า ไม่มีอันสิ้นสุด ..ซึ่งถ้ามองความนัยไม่ว่าจะในประเทศไหนในโลก ก็ล้วนดูจะเป็นชื่อที่มีความเป็นสิริมงคลยิ่งนัก ..แล้วกับสัญลักษณ์ที่ละม้ายคล้ายเลข 8 จับวางด้านข้าง ขนานพื้น ก็มักจะถูกนำมาใช้ในทางบวก ส่งผลแรงบันดาลใจบวกๆให้กับคนตะวันตก ขณะที่คนตะวันออก ก็ให้คุณค่ากับเลข 8 ว่าเป็นเลขแห่งความมีโชคลาภ 

แต่ไม่ว่า คนคิดคอนเซปต์อัลบั้มนี้ จะคิดอย่างไรกับคำว่า Infinity ก็ตาม .. Infinity ที่โยงใยกับสาวน้อย Charice คงเป็นเรื่องของการเดินทางบนเส้นทางสายดนตรี ที่ยังมีให้ก้าวได้อีกยาวไกล มองจากตรงนี้ ตอนนี้ คงไม่เห็นจุดสิ้นสุด

สำหรับงานเพลงใน Infinity ประกอบไปด้วย 10 บทเพลง ที่มียังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แห่งเสียงอันทรงพลังอยู่บ้าง และยังล้ำหน้าด้วยพัฒนาการ การเปลี่ยนแนวทางเพลงของเธอไปสู่ ความสดใสที่มียิ่งขึ้น สนุกสนานฟังเอาเพลินก็ให้ได้มากขึ้น กว่าในอัลบั้มที่แล้ว 

เปิดประเดิมด้วย “Louder” ที่เอาสนุกมาก่อนเลย เป็นนิมิตรหมายที่บอกว่า อัลบั้มนี้ หวังเอาใจวัยรุ่น วัยใกล้เคียงกับเธอมากกว่าเป็นแน่นอน ชณะที่อัลบั้มก่อนเก่า ระทมทุกข์ ดูเคร่งขรึม ที่แสดงออกความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของเธอ ครั้งนี้ก็มีมุมมองการใช้ชีวิตท่ามกลางความรักชวนผิดหวัง ที่เป็นขบถกับความเจ็บปวด อย่างเช่นที่เพลงนี้ บอกให้เราหลุดออกจากกรอบที่กักชังไม่ให้ชีวิตมีความสุข ไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกที่รอให้เราไปพบเจอสิ่งดีๆ อีกมากมาย ได้ตะโกนแหกปากร้องด้วยความสะใจกับชีวิตที่ดีกว่า .. “Lost the Best Thing” สะใจยิ่งไปกว่านั้น กับการออกตัวแร๊งงงง ตามสไตล์หญิงสมัยใหม่หัวใจแกร่ง ซึ่งตอกกลับความรักเก่าๆ ที่ลาลับไป ว่า คุณนั่นแหละ(ที่เลือกจะจากฉันไป) ได้เลือกจะสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไปซะแล้ว เป็นเพลงช้าที่เหมือนจะเศร้า แต่ในน้ำเสียงของ Charice ไม่รู้สึกถึงความเศร้าเอาเสียเลย กลายกลับว่าสนุกที่ได้ระบายความอัดอั้นตันใจเสียนี่ .. “Bounce Back” เล่นบทโหดมายังเพลงที่ 3 เป็นเพลงกึ่งเร็วกึ่งช้าที่ชวนปลุกระดมพลังหญิงให้ลุกขึ้นสู้ จงข่มใจไว้กับความอ่อนแอที่ไม่เอาไหน ปล่อยให้รักช้ำๆ ผ่านพ้นไป แล้วเดินหน้าใหม่ จัดการกระเด้งตัวเองไปสู่ฟ้าหลังฝนที่มีแต่จะสดใสยิ่งกว่า .. “Before It Explodes” ก่อนที่มันจะระเบิด และรุนแรงเป็นไฟลามทุ่ง เราหยุดรักร้าวๆ เสียตรงนี้จะดีไหม? คือ คำถามที่เพลงนี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อถามกับทุกๆ คนที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาของความรักที่ใกล้ถึงจุดแตกดับ ต่อให้ยังมีคนทู่ซึ้จะไปต่อ แต่อีกไม่นานมันต้องยับเยินยิ่งกว่าเป็นแน่ เป็นเพลงที่ลำพังแค่เสียงของสาวน้อย ก็เศร้า ก็เจ็บ พอแล้ว เนื้อหายังร้าวรานเหมือนเอามีดมากรีดหัวใจก็ไม่ปาน
ใกล้เข้ามาทุกขณะสำหรับการประกาศผลรางวัล แห่งภาพยนตร์ระดับโลกที่เป็นที่สุด ประจำปี 2012 ซึ่งจะจัดขึ้นในแดนดินถิ่นฮอลลีวู้ด ในค่ำวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ (ตามเวลาบ้านเขา..ส่วนบ้านเราคือ เช้าวันจันทร์ที่ 27) สาระสำคัญนอกจากจะเป็นการสรุปรวบยอด ความเคลื่อนไหวในวงการภาพยนตร์ ในทางบวกของแต่ละปี ยังเป็นเครื่องหมายที่ใช้บ่งบอกความสำเร็จทางอาชีพของผู้ได้รับรางวัลแต่ละคน ซึ่งมีหุ่นคนตัวสีทอง เป็นที่หมายปองในจุดสูงสุดของชีวิตการทำงานกันทั้งนั้น 

แต่คุณว่าคุณอาจรู้จัก แล้วคุณรู้เรื่องราวความเป็นมาของ OSCAR นี้กันบ้างมั้ย? ..เชื่อว่า หลายคนคงส่ายหัวงึกๆ บ้างก็เหมือนจะเคยได้ยินจากไหน แต่ก็พร้อมจะลืมไปหมดแล้ว คงจะมีเหลือน้อยคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ รู้หมดในทุกซอกเล็กซอกน้อย ...ในเมื่อผมจะติต่างว่าคุณคือ คนในสองกลุ่มแรก มาถึงจุดนี้ ก็ขอให้ตามผมมา เพื่อมาทำความรู้จักกับรางวัลออสการ์กันให้สนิทแนบแน่นยิ่งกว่าเดิมเถิด

ประวัติกว่าจะเป็น..ออสการ์ 

ออสการ์ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “Academy Awards” ได้รับการจัดขึ้นมาโดย “Academy of Motion Picture Arts and Sciences” (AMPAS) สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ เริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1929 โดยในครั้งแรกนั้น ได้ทำการจัดเป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำเล็กๆ ในโรงแรม พร้อมเป็นแขกเข้าชมได้โดยการจ่ายเงิน 5 เหรียญ ในครั้งที่ 2 ครั้งต่อมา ก็เริ่มที่จะมีการกระจายเสียงผ่านทางวิทยุ ให้ติดตามผลจากทางบ้านได้ ก่อนที่ถึงปีค.ศ. 1953 ก็เข้าสู่ยุคของการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ขาวดำ และค.ศ. 1966 ก็เป็นโทรทัศน์สี มาจนถึงทุกวันนี้ และเริ่มที่จะแพร่ภาพถ่ายทอดสดยิงตรงสู่บ้านท่าน ไปทั่วทั้งโลก ในปีค.ศ. 1969 ด้วยประการฉะนี้

ในช่วงทศวรรษแรก ธรรมเนียมปฏิบัติในการประกาศผลรางวัลสู่สาธารณชนจะให้มีการนำผลตัดสินกับทาง หนังสือพิมพ์ในเวลา 23 นาฬิกาของคืนวันงาน แต่ด้วยในปีค.ศ. 1940 มีผู้ฝ่าฝืนกฎกติกามารยาท เป็นหนังสือพิมพ์ “Los Angeles Times” ที่นำผลการตัดสินไปแพร่งพรายให้ทางสาธารณะรู้ก่อนจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผลการตัดสินจึงถูกปกปิดเอาไว้ใส่ในซองจดหมาย ไม่มีใครได้สิทธิ์ล่วงรู้ก่อนอย่างที่เราเห็นเป็นเรื่องปกตินั่นเอง

กว่าจะเป็น..รางวัลหุ่นสีทอง
เราเรียกแต่ว่า ออสการ์ มาตลอด แล้วจะมีใครรู้บ้าง ชื่อจริงๆ ชื่อเต็มๆ ของรางวัลหุ่นสีทองนี้ คืออะไรกันแน่? ..”Academy Award of Merit” คือชื่ออย่างเป็นทางการที่ว่านั้น โดยใช้รูปลักษณ์ของอัศวินถือดาบ Crusade เอาปลายแหลมปักลงดิน ยืนบนม้วนแผ่นฟิล์ม มีความสูงราว 34 เซนติเมตร หนัก 3.85 กิโลกรัม วัสดุทำด้วย Britanium ชุบทองคำ บนฐานโลหะสีดำ ขณะที่ตรงส่วนฐานที่เป็นม้วนแผ่นฟิล์มนั้น ได้มีการจารึกไว้ซึ่ง 5 ชื่อสาขาใหญ่ๆ ของรางวัล อันประกอบด้วย นักแสดง เขียนบท กำกับการแสดง อำนวยการสร้าง และด้านเทคนิค 

โดยทั้งหมดนี้ ได้รับการออกแบบจากบุคคลที่มีคุณูปการแห่งวงการหนังท่านหนึ่งอย่าง “Cedric Gibbons” ผู้มีอาชีพในวงการหนังเป็น ผู้กำกับฝ่ายศิลป์แห่งค่าย MGM ..Cedric ได้ใช้เรือนร่างเปล่าเปลือยของนักแสดงชาว Mexico ผู้หนึ่งที่ชื่อ “Emilio Fernandez” เป็นต้นแบบในการปั้น พร้อมยังมี “George Stanley” เป็นผู้ร่างแบบดินเหนียว กับ “Sachin Smith” เป็นผู้หล่อ ใช้ส่วนประกอบของ ดีบุก ทองแดง และชุบทองคำ ขณะที่ส่วนฐานได้ถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง โดยเริ่มมาจากการใช้หินอ่อน จนกระทั่งปี 1945 จึงเป็นโลหะอย่างที่เป็นในทุกวันนี้

กว่าจะเป็น..ชื่อออสการ์ 

ที่เราเรียกติดปากมาในทุกวันนี้ ว่า ออสการ์ มันเกิดขึ้นจากประการใดหนอ? ..เรื่องนี้ มีที่มาซึ่งแตกต่างออกเป็น 2 กรณี โดยในกรณีแรก มีนักแสดงหญิงผู้หนึ่งชื่อ “Bette Davis” ได้อ้างว่าเธอเป็นผู้ตั้งชื่อให้กับรูปปั้นหุ่นสีทองนี้ว่า ออสการ์ ด้วยเพราะด้านหลังของรูปปั้นนั้นดูละม้ายคล้าย ด้านหลังของสามีคนแรกที่มีชื่อ “Harmon Oscar Nelson” จึงได้นำชื่อกลางนั้นมาเรียกแทนรางวัลนี้
กลุ่มนักสื่อสารมืออาชีพ อาทิ นักข่าว นักประชาสัมพันธ์อาวุโส และบุคคลมีชื่อเสียงจากวงการต่างๆ ที่มารวมตัวกันบนความมุ่งมั่นทำงานเพื่อการกุศลในนาม นิวส์เมคเกอร์ กรุ๊ป (Newsmaker Group) รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจัดงานการกุศล เอาใจนักช้อป เพียงวันเดียวเท่านั้น โดยรายได้ยังนำไปร่วมสมทบทุนโครงการวิ่งการกุศลแนเซอร์ ในการสมทบทุนศูนย์วิจัยโรคมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

งานนี้นอกจากจะได้รับความสนใจจากสาวใจบุญที่ชอบแบ่งปันและ ยังเป็นที่ถูกอกถูกใจนักช้อปจากเหล่าเซเลบริตี้และคนดังที่ตบเท้าเข้าร่วมงาน ทั้งที่มาสร้างสีสันเป็นแม่ค้าภายในงาน และเป็นนักช้อปกันเองอีกด้วย นอกจากนี้สาวชิคยังจะได้ร่วมลุ้นจับฉลากราคาแสนถูกเพียง 40 บาทต่อ การจับหนึ่งครั้ง แต่รางวัลนั้นอลังการยิ่งนัก นอกจากนี้สาวชิคคนไหนอยากนำของมือสองที่มีอยู่เต็มสู้เสื้อผ้านับสิบมาร่วมขาย พร้อมได้บุญด้วยการบริจาคเงินค่าโต๊ะเพื่อสนับสนุนการกุลศลในราคาเพียง 2,000 บาท ต่อโต๊ะสำหรับสินค้ามือสอง และ3,000 บาท สำหรับสินค้ามือ 1อย่ารอช้า รีบสำรองโต๊ะได้ที่เบอร์ 0 -2126-8833 หรือ 0-2126-8866 ต่อ 1721

GADGET GURU
แนะนำเทคโนโลยี ใหม่ๆ Gadget รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับ คนเมือง
CHIC AROUND THE WORLD
รวบรวมข่าวสารใหม่ๆ อะไรฮิบอะไรคูล รวมทั้ง product ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ในประเทศอื่น
MOVIE REVIEW
อัพเดทภาพยนตร์ ที่กำลังจะเข้าฉายใน โรงภาพยนตร์
CHIC MUSIC
แนะนำอัลบั้มน่าฟัง และอัลบั้มเก่า ที่ควรแก่การหามาฟัง
CHIC BOOK
ให้คนดังมาแนะนำ หนังสือดี และ หนังสือใหม่
MOVIE NEWS
ข่าวหนังใหม่ และอันดับ Box Office
ติดตาม ChicMinistry จาก :