รีวิว – กระจ่างใส ไร้เมฆหมอก กับ SK-II GenOptics 2 ความกระจ่างใส ที่ทำให้ผิวสดใสครบถ้วน


เมื่อผิวเริ่มสัมผัสกับอากาศร้อนๆ แดดแรงๆ ก็เดาได้เลยว่า จะเป็นช่วงเวลาที่หลายค่าย หลายแบรนด์ จะงัดเอาผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสมาอัพเดตกัน สังเกตสักนิดนึงว่า เดี๋ยวนี้เขาไม่ใช่คำว่า ผิวขาว กับผลิตภัณฑ์ที่เรียกภาษาอังกฤษให้เข้าใจง่ายว่าไวเทนนิ่ง (whitening) ก็เพราะนอกจากจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าทำให้ผิวขาวผ่อง แต่จริงๆ คือผิวที่สดใส กระจ่างใส ซึ่งแม้แต่ผู้หญิงผิวคล้ำก็สามารถมีผิวกระจ่างใสได้ และทุกวันนี้ผู้หญิงไทยก็รู้แล้วล่ะว่า ผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาวเสมอไป แต่ทำอย่างไรให้สวยแบบมีออร่า หรือสวยกระจ่างใส


และจากเดิมที่โปรดักส์ไวท์เทนนิ่ง จะมีคอนเซ็ปต์ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ให้ดูเข้าใจยาก ใช้ไปก็งงไปว่าจริงๆ ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เอาไว้ทำอะไรกันแน่ ปีนี้ไวท์เทนนิ่ง ก็มาแนวใหม่ เข้าใจง่าย และเต็มไปด้วยนวัตกรรม ก็ยิ่งน่าใช้ไปอีก เหมือนอย่างโปรดักส์ใหม่ของ SK-II คราวนี้ เป็นการอัพเดตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไวน์เทนนิ่งอันเลื่องชื่อไม่แพ้ Facial Tratment Essence คราวนี้เป็นสูตรใหม่ และชื่อเสียงเรียงนามใหม่ แต่มีแค่ 2 ชิ้นเท่านั้นได้แก่ SK-II GenOptics Aura Essence และ SK-II GenOptics Spot Essence เรื่องราวของสองผลิตภัณฑ์นี้ก็เข้าใจง่าย แต่ตรงประเด็น อย่างไรเดี๋ยวจะเล่าให้อ่าน

ผลิตภัณฑ์ทั้งสอง มาในรูปทรงระฆังคว่ำเหมือนกัน ต่างกันที่ Spot Essence จะเป็นสีขาวล้วน

สำหรับ Aura Essence จะเป็นขวดสีเหลือบรุ้ง ความดีงามนั้นไม่ได้อยู่ที่สีสัน หรือการออกแบบเรียบง่าย แต่อยู่ที่เทคโนโลยีออกแบบหัวปั้มของหลอดที่อยู่ภายใน กล่าวคือ ทุกครั้งที่มีการหมุนเพื่อปิดฝา ตัวเอสเซนต์จะถูกดึงขึ้นไปให้หลอดดูดอัตโนมัติ เมื่อหมุนเพื่อเปิดฝา ก็พร้อมที่จะนำมาหยดเพื่อใช้งานได้ทันที

ทีนี้เรามาทำความรู้จักในแต่ละผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่า


SK-II GenOptics Spot Essence ชิ้นนี้ออกแบบมาเพื่อการลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ทั้งที่มองเห็นได้ชัดเจน และที่ยังมองไม่เห็น ซึ่งเขาเปรียบเสมือนเป็นเมฆหมอกบนใบหน้า รอวันที่จะเกิดเป็นจุดด่างดำต่อไปในอนาคต แต่ด้วยส่วนผสมหลักอย่าง D-melano P3C ซึ่งจะเข้าไปย้ำยั้งบ่อเกิดแห่งเมลานิน และยังเสริมพลังผิวในการลดเลือนจุดด่างดำ อันเป็นการจำกัดการเกิดของจุดด่างดำทั้งในปัจจุบัน และอนาคต อธิบายแบบสรุปก็คือช่วยลดเลือนจุุดด่างดำ


SK-II GenOptics Aura Essence เกิดจากการที่วันทั้งวัน ผิวถูกทำร้ายด้วยรังสียูวี และด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้เกิดจุดด่างดำ และรอยหมองคล้ำ ที่เอสเค-ทู เรียกว่าเมฑหมอก บดบังความสดใสของใบหน้า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ที่มีส่วนผสมสำคัญจาก Prunus หรือพรุนสกัด ที่เต็มไปด้วยสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ ที่จะช่วยป้องกันภาวะความเครียดของผิวจากการออกซิเดชั่น พร้อมกับ อิโนซิทอล (Inositol) เสริมสร้างการทำงานของไลโซโซม เสริมเติมความกระจ่างใส บวกกับพลังของ Pitera, D-Melano P3C, Panthenol และ Lumina Kelp Extract ช่วยให้จุดด่างดำที่มองเห็นได้ และยังมองไม่เห็นลดเลือน พอผิวได้รับการปกป้องพร้อมกับลดเลือนความหมองคล้ำ ก็เหมือนการปัดเป่าเมฆหมอกออกไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยออร่า ความกระจ่างใส


เขาก็แนะนำให้ใช้คู่กัน ตัวแรกมีหน้าที่ลดเลือนจุดด่างดำ ส่วนตัวหลังปกป้องผิวไม่ให้เกิดจุดด่างดำ ใช้คู่กันจึงแฮปปี้ปกป้องได้หมด และเข้าใจง่าย ไม่ร่ำไร

ทีนี้มาดูเนื้อสัมผัสกันดีกว่า ด้วยความที่เอสเค-ทู ออกแบบหลอดหยดให้ดึงเนื้อเอสเซนต์เข้าไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องถามว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้ในปริมาณแค่ไหน เพราะคำตอบก็คือเท่าที่หลอดดูดเอสเซนต์ขึ้นมาได้ เป็นปริมาณพอดีสำหรับการใช้หนึ่งครั้ง


เนื้อเอสเซนต์น้ำนมนั้นเบา และซึมสู่ผิวได้ดี จนบางทีก็แอบนึกว่าซึมไวไปหน่อย เพราะปกติชอบทาอะไรฉ่ำ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทางเลือกก็คือหลังจากทาเอสเซนต์ทั้งสองชนิดควบคู่กันแล้ว ก็ลงด้วยครีมที่ชอบเพิ่มความหนาหนักเข้าไป เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

ได้ใช้เอสเซนต์ทั้งสองชิ้นนี้อย่างจริงจัง ทุกวัน เช้าและเย็น พบว่าใบหน้าสดใสขึ้นตามแบบนิยม อย่างที่บอกไปตอนต้นคือไม่ขาววิ้ง แต่สดใส ยิ่งถ้ามีสุขภาพผิวดีอยู่แล้ว จะดีกว่านี้มากทีเดียว แต่ที่ดีมากๆ คือใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับชีวิตที่ไม่ค่อยจะมีเวลามาประณีตแต่ให้ความแน่ใจได้ว่าดี

จะต้องการอะไรไปมากกว่านี้ล่ะ

Photo: Ben Vitoosuwan